ข้อตกลงประการที่สอง จงอย่ายึดทุกอย่างมาเป็นตัวเรา

ข้อตกลงประการที่สอง พลังจินตนาการ จงอย่ายึดทุกอย่างมาเป็นตัวเรา พลังจินตนาการ

จึงใช้ พลังจินตนาการ ของเราสร้างความผน 4 ตระหนักรู้ว่ามันคือความฝัน ลองนึกภาพว่าเราอน ห้างสรรพสินค้าขนาดมหึมาที่มีโรงภาพยนตร์นับร้อย เรามองไปรอบๆ เพื่อดูสิ่งที่กําลังแสดง และเราก็เห็น ภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่มีชื่อของเราอยู่ ช่างอัศจรรย์ เหลือเกิน! เราเข้าไปในโรงภาพยนตร์ ไม่มีใครอยู่เลย ยกเว้นใครคนหนึ่ง ที่นั่นเงียบมาก เราพยายามไม่รบกวน เราไปนั่งข้างหลังคนคนนั้นซึ่งไม่ได้สังเกตเราเลย สิ่งที่ คนคนนั้นสนใจคือภาพยนตร์เรื่องนั้น

เรามองไปที่จอ และช่างน่าประหลาดใจจริงๆ! เรารู้จัก ตัวละครทุกตัวในภาพยนตร์-แม่ของเรา พ่อของเรา พี่น้อง ของเรา คนรักของเรา ลูกของเรา เพื่อนๆ ของเรา แล้วเรา ก็เห็นตัวละครหลักในภาพยนตร์ และนั่นก็คือตัวเรา! เราคือดาราภาพยนตร์ และนั่นคือเรื่องราวของตัวเราเอง และคนคนนั้นที่นั่งอยู่ข้างหน้าเราก็คือตัวเราด้วย กําลังนั่งดู ตัวเองแสดงในภาพยนตร์ แน่นอนว่า ตัวละครหลัก เป็นเพียงสิ่งที่เราเชื่อว่าเราเป็นและเช่นเดียวกับตัวละครรอง ทั้งหมดเพราะเรารู้เรื่องราวของเรา ครู่หนึ่งผ่านไป เราจะ รู้สึกว่าไม่อาจทนต่อสิ่งที่เรานั่งดูได้ แล้วเราก็ตัดสินใจ ไปโรงภาพยนตร์อื่น

ในโรงภาพยนตร์นี้มีคนคนหนึ่งกําลังดูภาพยนตร์

อยู่ด้วย และเธอก็ไม่ได้สังเกตเลยตอนที่เรานั่งอยู่ข้างๆ เธอ

Second agreement Don’t hold everything to me.

Therefore use imagination Of us make sense. 4 Realize that it is a dream. Imagine that we A gigantic mall with hundreds of theaters. We looked around to see what was being shown, and we saw a movie with our name. Amazing! We enter the movie theater No one is at all Except someone There is very quiet We try not to disturb We sat behind that person who didn’t notice us at all. What that person was interested in was that movie.

We look at the screen And what a surprise! We know every character in the movie – our mother, our father, our siblings, our lover, our children, our friends, and then we see the main characters in the movie. And that is us! We are movie stars And that is our own story And that person sitting in front of us is ourselves too, sitting and watching ourselves in the movie. Of course, the main characters are just what we believe to be and as the secondary characters. All because we know our story. After a moment we feel that we are unable to withstand what we sit down to watch. Then we decided Go to another movie theater

In this movie theater, one person was watching a movie.

Was with you and you didn’t even notice when we were sitting next to you

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ความจริงเสมือน มันคือความฝัน และมันก็เป็นความฝันร่วม

จากนั้นเราก็จะมีความสุขกับทุกๆ สถานการณ์ หาก ความฝัน ของเราเป็นความฝันร้าย หากมันมีเรื่องต้องเศร้าเสียใจ และเป็นทุกข์ และเรความฝันาก็ไม่มีความสุขกับสิ่งที่เราสร้างขึ้น

เราสามารถเปลี่ยนมันได้ ผมมั่นใจว่าคุณรู้เรื่องเหล่านี้ดี มีหนังสือนับล้านเล่มในโลกที่เขียนขึ้นโดยนักฝันที่มีมุมมอง อันแตกต่างหลากหลาย เรื่องราวของเราน่าสนใจพอๆ กับ เรื่องราวในหนังสือเหล่านั้น และมันก็น่าสนใจมากยิ่งขึ้น

เพราะเรื่องราวของเราเปลี่ยนไปได้เรื่อยๆ ความฝัน ของเรา เมื่อตอนอายุสิบขวบแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากความฝัน เมื่อตอนที่เราอายุสิบห้าปี หรือเมื่อตอนที่เราอายุยี่สิบ สามสิบ สี่สิบ หรือความฝันที่เรากําลังฝันอยู่ในตอนนี้

เรื่องราวที่เราฝันอยู่ในวันนี้ไม่ใช่เรื่องเดียวกับที่เราฝัน เมื่อวาน หรือแม้แต่เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว ทุกครั้งที่เราพูด เกี่ยวกับเรื่องราวของเรา มันจะเปลี่ยนไป ขึ้นอยู่กับ

คนที่เราบอกเล่าเรื่องราวให้ฟัง ขึ้นอยู่กับสภาวะทาง ร่างกายและอารมณ์ของเราในเวลานั้น ขึ้นอยู่กับความเชื่อ ของเราในเวลานั้น แม้ว่าเราพยายามเล่าเรื่องเดิม เรื่องราว ของเราก็จะเปลี่ยนไปเสมอ ณ จุดหนึ่ง เราจะค้นพบว่า มันเป็นแค่เรื่องเรื่องหนึ่ง มันไม่ใช่ความจริง มันคือ

ความจริงเสมือน มันคือความฝัน และมันก็เป็นความฝันร่วม เพราะมนุษย์ทุกคนฝันในเวลาเดียวกัน ความฝันร่วม ของมนุษย์ ความฝันของโลก มีอยู่ก่อนที่เราจะเกิด และนี่คือ การเรียนรู้วิธีการสร้างศิลปะของเราเอง สร้างเรื่องราว ของเราเอง

Then we will be happy in every situation if our dreams are bad dreams. If there is a matter of sadness and suffering and we are not happy with what we created.

We can change it I am sure you know these things well. There are millions of books in the world written by dreamers with perspective. Various different Our stories are as interesting as the stories in those books. And it’s even more interesting

Because our story keeps changing. Our dreams When he was ten years old he was completely different from his dreams. When we were fifteen years old Or when we were twenty, thirty, forty, or the dream that we are currently dreaming about

The story we dreamed of today is not the same thing we dreamed yesterday or even half an hour ago. Every time we speak About our story It will change depending on

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่