ข้อตกลงประการที่สอง จงอย่ายึดทุกอย่างมาเป็นตัวเรา

ข้อตกลงประการที่สอง พลังจินตนาการ จงอย่ายึดทุกอย่างมาเป็นตัวเรา พลังจินตนาการ

จึงใช้ พลังจินตนาการ ของเราสร้างความผน 4 ตระหนักรู้ว่ามันคือความฝัน ลองนึกภาพว่าเราอน ห้างสรรพสินค้าขนาดมหึมาที่มีโรงภาพยนตร์นับร้อย เรามองไปรอบๆ เพื่อดูสิ่งที่กําลังแสดง และเราก็เห็น ภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่มีชื่อของเราอยู่ ช่างอัศจรรย์ เหลือเกิน! เราเข้าไปในโรงภาพยนตร์ ไม่มีใครอยู่เลย ยกเว้นใครคนหนึ่ง ที่นั่นเงียบมาก เราพยายามไม่รบกวน เราไปนั่งข้างหลังคนคนนั้นซึ่งไม่ได้สังเกตเราเลย สิ่งที่ คนคนนั้นสนใจคือภาพยนตร์เรื่องนั้น

เรามองไปที่จอ และช่างน่าประหลาดใจจริงๆ! เรารู้จัก ตัวละครทุกตัวในภาพยนตร์-แม่ของเรา พ่อของเรา พี่น้อง ของเรา คนรักของเรา ลูกของเรา เพื่อนๆ ของเรา แล้วเรา ก็เห็นตัวละครหลักในภาพยนตร์ และนั่นก็คือตัวเรา! เราคือดาราภาพยนตร์ และนั่นคือเรื่องราวของตัวเราเอง และคนคนนั้นที่นั่งอยู่ข้างหน้าเราก็คือตัวเราด้วย กําลังนั่งดู ตัวเองแสดงในภาพยนตร์ แน่นอนว่า ตัวละครหลัก เป็นเพียงสิ่งที่เราเชื่อว่าเราเป็นและเช่นเดียวกับตัวละครรอง ทั้งหมดเพราะเรารู้เรื่องราวของเรา ครู่หนึ่งผ่านไป เราจะ รู้สึกว่าไม่อาจทนต่อสิ่งที่เรานั่งดูได้ แล้วเราก็ตัดสินใจ ไปโรงภาพยนตร์อื่น

ในโรงภาพยนตร์นี้มีคนคนหนึ่งกําลังดูภาพยนตร์

อยู่ด้วย และเธอก็ไม่ได้สังเกตเลยตอนที่เรานั่งอยู่ข้างๆ เธอ

Second agreement Don’t hold everything to me.

Therefore use imagination Of us make sense. 4 Realize that it is a dream. Imagine that we A gigantic mall with hundreds of theaters. We looked around to see what was being shown, and we saw a movie with our name. Amazing! We enter the movie theater No one is at all Except someone There is very quiet We try not to disturb We sat behind that person who didn’t notice us at all. What that person was interested in was that movie.

We look at the screen And what a surprise! We know every character in the movie – our mother, our father, our siblings, our lover, our children, our friends, and then we see the main characters in the movie. And that is us! We are movie stars And that is our own story And that person sitting in front of us is ourselves too, sitting and watching ourselves in the movie. Of course, the main characters are just what we believe to be and as the secondary characters. All because we know our story. After a moment we feel that we are unable to withstand what we sit down to watch. Then we decided Go to another movie theater

In this movie theater, one person was watching a movie.

Was with you and you didn’t even notice when we were sitting next to you

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ความจริงเสมือน มันคือความฝัน และมันก็เป็นความฝันร่วม

จากนั้นเราก็จะมีความสุขกับทุกๆ สถานการณ์ หาก ความฝัน ของเราเป็นความฝันร้าย หากมันมีเรื่องต้องเศร้าเสียใจ และเป็นทุกข์ และเรความฝันาก็ไม่มีความสุขกับสิ่งที่เราสร้างขึ้น

เราสามารถเปลี่ยนมันได้ ผมมั่นใจว่าคุณรู้เรื่องเหล่านี้ดี มีหนังสือนับล้านเล่มในโลกที่เขียนขึ้นโดยนักฝันที่มีมุมมอง อันแตกต่างหลากหลาย เรื่องราวของเราน่าสนใจพอๆ กับ เรื่องราวในหนังสือเหล่านั้น และมันก็น่าสนใจมากยิ่งขึ้น

เพราะเรื่องราวของเราเปลี่ยนไปได้เรื่อยๆ ความฝัน ของเรา เมื่อตอนอายุสิบขวบแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากความฝัน เมื่อตอนที่เราอายุสิบห้าปี หรือเมื่อตอนที่เราอายุยี่สิบ สามสิบ สี่สิบ หรือความฝันที่เรากําลังฝันอยู่ในตอนนี้

เรื่องราวที่เราฝันอยู่ในวันนี้ไม่ใช่เรื่องเดียวกับที่เราฝัน เมื่อวาน หรือแม้แต่เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว ทุกครั้งที่เราพูด เกี่ยวกับเรื่องราวของเรา มันจะเปลี่ยนไป ขึ้นอยู่กับ

คนที่เราบอกเล่าเรื่องราวให้ฟัง ขึ้นอยู่กับสภาวะทาง ร่างกายและอารมณ์ของเราในเวลานั้น ขึ้นอยู่กับความเชื่อ ของเราในเวลานั้น แม้ว่าเราพยายามเล่าเรื่องเดิม เรื่องราว ของเราก็จะเปลี่ยนไปเสมอ ณ จุดหนึ่ง เราจะค้นพบว่า มันเป็นแค่เรื่องเรื่องหนึ่ง มันไม่ใช่ความจริง มันคือ

ความจริงเสมือน มันคือความฝัน และมันก็เป็นความฝันร่วม เพราะมนุษย์ทุกคนฝันในเวลาเดียวกัน ความฝันร่วม ของมนุษย์ ความฝันของโลก มีอยู่ก่อนที่เราจะเกิด และนี่คือ การเรียนรู้วิธีการสร้างศิลปะของเราเอง สร้างเรื่องราว ของเราเอง

Then we will be happy in every situation if our dreams are bad dreams. If there is a matter of sadness and suffering and we are not happy with what we created.

We can change it I am sure you know these things well. There are millions of books in the world written by dreamers with perspective. Various different Our stories are as interesting as the stories in those books. And it’s even more interesting

Because our story keeps changing. Our dreams When he was ten years old he was completely different from his dreams. When we were fifteen years old Or when we were twenty, thirty, forty, or the dream that we are currently dreaming about

The story we dreamed of today is not the same thing we dreamed yesterday or even half an hour ago. Every time we speak About our story It will change depending on

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ข้อตกลงประการที่ห้า : ความเสมือนจริง

จากนั้นเราก็จะ มีความสุข กับทุกๆ สถานการณ์ หากความฝัน ของเราเป็นความฝันร้าย หากมันมีเรื่องต้องเศร้าเสียใจ และเป็นทุกข์ และเราก็ไม่มีความสุขกับสิ่งที่เราสร้างขึ้น เราสามารถเปลี่ยนมันได้ ผมมั่นใจว่าคุณรู้เรื่องเหล่านี้ดี

ความเสมือนจริง มีหนังสือนับล้านเล่มในโลกที่เขียนขึ้นโดยนักฝันที่มีมุมมอง อันแตกต่างหลากหลาย เรื่องราวของเราน่าสนใจพอๆ กับ เรื่องราวในหนังสือเหล่านั้น และมันก็น่าสนใจมากยิ่งขึ้น เพราะเรื่องราวของเราเปลี่ยนไปได้เรื่อยๆ ความฝันของเรา เมื่อตอนอายุสิบขวบแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากความฝัน เมื่อตอนที่เราอายุสิบห้าปี หรือเมื่อตอนที่เราอายุยี่สิบ สามสิบ สี่สิบ หรือความฝันที่เรากําลังฝันอยู่ในตอนนี้

เรื่องราวที่เราฝันอยู่ในวันนี้ไม่ใช่เรื่องเดียวกับที่เราฝัน เมื่อวาน หรือแม้แต่เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว ทุกครั้งที่เราพูด เกี่ยวกับเรื่องราวของเรา มันจะเปลี่ยนไป ขึ้นอยู่กับ คนที่เราบอกเล่าเรื่องราวให้ฟัง ขึ้นอยู่กับสภาวะทาง ร่างกายและอารมณ์ของเราในเวลานั้น

ขึ้นอยู่กับความเชื่อ ของเราในเวลานั้น แม้

ความเสมือนจริง

ว่าเราพยายามเล่าเรื่องเดิม เรื่องราว ของเราก็จะเปลี่ยนไปเสมอ ณ จุดหนึ่ง เราจะค้นพบว่า มันเป็นแค่เรื่องเรื่องหนึ่ง มันไม่ใช่ความจริง มันคือ ความเสมือนจริง

Then we will be happy in every situation if our dreams are bad dreams. If there is a matter of sadness and suffering and we are not happy with what we created. We can change it I am sure you know these things well.

There are millions of books in the world written by dreamers with perspective. Various different Our stories are as interesting as the stories in those books. And it’s even more interesting Because our story keeps changing. Our dreams When he was ten years old he was completely different from his dreams. When we were fifteen years old Or when we were twenty, thirty, forty, or the dream that we are currently dreaming about

The story we dreamed of today is not the same thing we dreamed yesterday or even half an hour ago. Every time we speak About our story It will change depending on the person we tell the story to. Depends on the road conditions Our body and emotions at that time

Depends on belief Of us at that time Even if we try to tell the same story, our story will always change. At one point, we will discover that It’s just a matter. It’s not true, it’s virtual reality.

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ความเป็นจริง ถือเป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินชีวิต

บดเบือนโดยความรู้ที่เราเป็น ความเป็นจริง แท้จริงแล้วความจริงนั้นคือความ การสะท้อนความจริงมักจะถูกบิดเบือนโดยคร เก็บไว้ในความทรงจํา

เขียวชาญหลายท่านกล่าวว่า จิตแต่ละดวง นี่คือความจริง โลกที่เราคิดว่าเราเห็นอยู่ภายนอก แท้จริงแล้วอยู่ภายในตัวเรา มันเป็นเพียงภาพในจินตนาการ ของเรา มันคือความฝัน เราฝันอยู่ตลอดเวลา และเป็น เรื่องที่เรารู้มานานนับศตวรรษแล้ว ไม่ใช่เพียงชาวทอลเท็ค ในเม็กซิโก แต่เป็นที่รู้กันในกรีซ โรม อินเดีย และอียิปต์ ผู้คนทั่วโลกต่างพูดกันว่า “ชีวิตคือความฝัน” คําถามคือ แล้วเรารู้หรือไม่ความเป็นจริง

เมื่อเราไม่รู้ว่าสมองของเรานั้นอยู่ตลอดเวลา มันจึง เป็นเรื่องง่ายที่จะกล่าวโทษคนหรือสิ่งของที่อยู่นอก ตัวเรา เพราะการบิดเบือนทั้งหมดอยู่ในความฝันของเรา สิ่งเหล่านี้ทําให้ชีวิตของเราเป็นทุกข์ เมื่อเราตระหนักว่า

เรากําลังดํารงชีวิตอยู่ในความฝันที่เราเป็นผู้สร้างขึ้น เราจะ ก้าวไปสู่การเติบโต เพราะตอนนี้เราสามารถรับผิดชอบ ต่อสิ่งที่เราสร้างขึ้น การตระหนักรู้ว่าสมองของเราฝัน อยู่ตลอดเวลา ทําให้เราได้พบกุญแจที่จะเปลี่ยนแปลง ความฝันของเรา หากเราไม่มีความสุขกับมัน

ใครเป็นผู้ฝันถึงเรื่องราวชีวิตของเรา คําตอบคือ ตัวเราเอง หากเราไม่ชอบชีวิตของเรา หากเราไป สิ่งที่เราเชื่อเกี่ยวกับตัวเรา เราเป็นเพียงผู้เปลี่ยนมันได้ มันคือโลกของเรา มันคือความ หากเรามีความสุขกับความฝันของเรา นั้นมี ความเป็นจริง มันคือความฝันของเรา นั้นถือเป็นสิ่งวิเศษ

Crushed by our knowledge of reality. In truth, that truth is Reflections are often distorted by cor Keep in memory

Many experts say that each mind is true. The world that we think we see outside In fact within us It’s just a picture in our imagination. It’s a dream. We have always dreamed and have been known for centuries. It’s not only the Tallotech people in Mexico, but it’s also known in Greece, Rome, India and Egypt. People all over the world say that “Life is a dream.” The question is, then do we know?

When we do not know that our brains are constantly present, it is easy to blame people or things that are outside of us because all distortions are in our dreams. These things cause our lives to suffer. When we realized that

We are living in the dreams that we have created. We will step towards growth. Because now we can take responsibility To what we created Being aware that our brain is constantly dreaming of making us find the keys to change. Our dreams If we are not happy with it

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

เรื่องความสะอาดในร่างกาย เป็นสิ่งสําคัญ

เรื่อง ความสะอาด ในร่างกาย เป็นสิ่งสําคัญมาก

หลักกันว่า ความสะอาด ของร่างกายเป็นเครื่องแสดงความสะอาดของ พวกโยดีไม่ใช่มนุษย์ที่สกปรกเลยเป็นอันขาด พวกนีปกติต้องล้าง. กายให้สะอาดอยู่เสมอ เขาสอนว่าการอาบน่าไม่แต่ทําให้ร่างกายสะอา อย่างเดียว เรายังได้ปราณจากน้ําอีกส่วนหนึ่งด้วย นี้เป็นวิธีที่จะเพิ่มพูน ปราณให้มีมากขึ้นในตัวและต่อไปนี้เราจะได้พิจารณาถึงการฝึกหัดและ ปรุงแต่งปราณต่อไป

ความสะอาด
ความสะอาด

2 ว่าด้วยการฝึกหัดหรือการปรุงแต่ง

เราพึงเข้าใจว่า ปราณหรือเครื่องดึงดูดของเรานั้น เป็น เหมือนวัตถุหนึ่งวัตถุที่อาจจะซึมซาบเข้าไปในที่ต่างๆ ได้ และ สิ่งเหล่านี้อาจถูกย้อมได้เหมือนกัน เจตสิกที่เกิดขึ้นในดวงจิตเป็น เครื่องป้อมปราณของเราให้เป็นไปตามลักษณะของเจตสิกกล่าว คือ ถ้าหัวใจเราโกรธ ปราณของเราที่แล่นออกไป ก็ถูกความโกรธ ย้อมไปด้วยและปราณจะถูกดูดดึงเอามาได้

แต่สิ่งที่เหมือนกับตน กล่าวคือ ถ้าเรามีจิตโกรธปราณของเราก็ถูกย้อมด้วยความโกรธ ปราณอันนั้นก็จะดึงเอาแต่ความโกรธมา ปราณที่ถูกย้อมด้วย ความริษยาก็จะดึงเอามาได้แต่ความริษยา รวมใจความว่าเมื่อ ดวงจิตของเราเป็นอย่างไร ปราณก็ถูกย้อมให้เป็นอย่างนั้น และ เมื่อปราณถูกย้อมให้เป็นอย่างไร ก็ดูดดึงเอามาได้แต่ธรรมชาติที่ มีลักษณะอันเดียวกัน

About cleanliness in the body Is very important
It is said that cleanliness of the body is a symbol of cleanliness The Yodis are definitely not dirty humans. These guys normally have to wash. Always keep the body clean. He taught that bathing should not only make the body clean but we also have respiration from the water. This is a way to increase Respiration has increased in itself, and hereafter we have considered the practice and Continue to breathe

2 on training or embellishment

We should understand that Our respiration or attraction is like an object that may be absorbed in various places and these may be stained as well. Attitude occurs in the mind as Our respiration devices are according to the characteristics of Zetik, that is, if our hearts are angry Our respiration that runs away Was angry Dyed with and respiration could be drawn

But the same thing is to say, if we have an angry mind, our respiration is dyed with anger. That respiration will draw only the anger Respiration that is dyed with Envy can be drawn, but envy Including the mind that when How is our mind Respiration is dyed like that, and when respiration is dyed Can only draw upon the nature Have the same characteristics

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

การหายใจ ตามธรรมดามีมีบอสําคัญ

การหายใจ ตามธรรมดามีมีบอสําคัญอยู่อย่างเดียวว่าต้องการให้ได้ ยาวและลึกอยู่เสมอพ

ให้เป็นคนมีปกติ หายใจลึกคือหายใจทั่วท้อง

 

การหายใจ เป็นหลักอันสําคัญของลัทธิโยคี และต้องพยายามให้ได้หายใจ อากาศที่ดีๆ เข้าในปอดเสมอ ส่วนการหายใจด้วยการฝึกหัดนั้น เขา แนะนําให้ทําในเวลาเช้าตื่นนอนให้หายใจอย่างยาวๆ จะยืนหรือนอน หงายก็ได้ ในเรื่องนี้มีข้อประหลาดอยู่อย่างหนึ่ง คือ ตามปกติคนเรา บางคน เวลาหายใจเข้ามักทําท้องยุบ และเวลาหายใจออกมักทํา ท้องพอง

ข้อนี้ไม่ถูก ใครที่เป็นเช่นนี้จะต้องหัดใหม่ คือเวลาหายใจเข้า ต้องทําท้องพองให้ลมหายใจการหายใจ เข้าไปถึงในท้อง และเวลาหายใจออกต้อง ทําท้องยุบเท่ากับล้างอากาศที่ไม่ดีออกมา มีวิธีอย่างหนึ่งซึ่งเข้าสอนว่า เมื่อเวลาหายใจเข้าทําท้องพองให้มีอากาศอยู่เต็มท้องแล้วกลั้นหายใจ และทําท้องยุบ เป็นการไล่อากาศขึ้นมาอยู่ตามหน้าอก เพื่อได้ซอกซอน ล้างที่ต่างๆ ตามหน้าอกได้ทั่วกฎแห่งการหายใจมีอยู่เพียงเท่านี้

Normal breathing has only the essential that it is desired. Always long and deep, learn to self

To be normal Deep breathing is breathing throughout the stomach.

Is an important principle of yogi religion And must always try to breathe good air into the lungs As for breathing with the exercises, he suggests to do it in the morning, wake up for a long breath, can stand or lie on your back. In this regard, there is one peculiarity: in some people, when inhaling, they often create a stomach. Collapse And when exhaling, often causing stomach upset

This is not correct. Anyone who is like this will have to learn again. Is when inhaling Must get pregnant to breath into the stomach. And when exhaling must Collapsing stomach is equivalent to clearing bad air. There is a method which teaches that When inhaling, make a stomach full of air and hold your breath. And the stomach collapse Chasing the air up to the chest In order to be able to wash all over the chest. The rules of breathing are just this

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

คนเรานั้นจะมี ความสุข กับทุกๆสถานการณ์หากความฝัน

คนเรานั้นจะมี ความสุข กับทุกๆสถานการณ์หากความฝัน ของเราเป็นความฝันร้าย หากมันมีเรื่องต้องเศร้าเสียใจ และเป็นทุกข์ และเราก็ไม่มีความสุขกับสิ่งที่เราสร้างขึ้น เราสามารถเปลี่ยนมันได้ ผมมั่นใจว่าคุณรู้เรื่องเหล่านี้ดี มีหนังสือนับล้านเล่มในโลกที่เขียนขึ้นโดยนักฝันที่มีมุมมอง อันแตกต่างหลากหลายความสุข

เรื่องราวของเราน่าสนใจพอๆ กับ เรื่องราวในหนังสือเหล่านั้น และมันก็น่าสนใจมากยิ่งขึ้น เพราะเรื่องราวของเราเปลี่ยนไปได้เรื่อยๆ ความฝันของเรา เมื่อตอนอายุสิบขวบแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากความฝัน เมื่อตอนที่เราอายุสิบห้าปี หรือเมื่อตอนที่เราอายุยี่สิบ สามสิบ สี่สิบ หรือความฝันที่เรากําลังฝันอยู่ในตอนนี้

เรื่องราวที่เราฝันอยู่ในวันนี้ไม่ใช่เรื่องเดียวกับที่เราฝัน เมื่อวาน หรือแม้แต่เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว ทุกครั้งที่เราพูด เกี่ยวกับเรื่องราวของเรา มันจะเปลี่ยนไป ขึ้นอยู่กับ คนที่เราบอกเล่าเรื่องราวให้ฟัง ขึ้นอยู่กับสภาวะทาง ร่างกายและอารมณ์ของเราในเวลานั้น ขึ้นอยู่กับความเชื่อ ของเราในเวลานั้น แม้ว่าเราพยายามเล่าเรื่องเดิม เรื่องราว ของเราก็จะเปลี่ยนไปเสมอ ณ จุดหนึ่ง

เราจะค้นพบว่า มันเป็นแค่เรื่องเรื่องหนึ่ง มันไม่ใช่ความจริง มันคือ ความจริงเสมือน มันคือความฝัน และมันก็เป็นความฝันร่วม เพราะมนุษย์ทุกคนฝันในเวลาเดียวกัน ความฝันของมนุษย์ ความฝันของโลก มีอยู่ก่อนที่เราจะเกิด และนี่คือ การเรียนรู้วิธีการสร้างศิลปะของเราเอง สร้าง ความสุข ของเราเอง

Then we will be happy in every situation if our dreams are bad dreams. If there is a matter of sadness and suffering and we are not happy with what we created. We can change it I am sure you know these things well. There are millions of books in the world written by dreamers with perspective. Various different

Our stories are as interesting as the stories in those books. And it’s even more interesting Because our story keeps changing. Our dreams When he was ten years old he was completely different from his dreams. When we were fifteen years old Or when we were twenty, thirty, forty, or the dream that we are currently dreaming about

The story we dreamed of today is not the same thing we dreamed yesterday or even half an hour ago. Every time we speak About our story It will change depending on the person we tell the story to. Depends on the road conditions Our body and emotions at that time Depends on belief Of us at that time Even if we try to tell the same story, our story will always change at one point.

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

เราจะเห็นว่ามนุษย์บิดเบือนสิ่งที่รับรู้ได้ง่าย

เราจะเห็นว่ามนุษย์บิดเบือนสิ่งที่รับรู้ได้ง่าย แสงสร้าง ภาพที่สมบูรณ์แบบ ของสิ่งที่มีอยู่จริงขึ้นมาใหม่ แต่เราทําให้ ภาพบิดเบือนโดยการสร้างเรื่องราวด้วยสัญลักษณ์และ ความคิดเห็นที่เราเรียนรู้มา เราฝันถึงมันด้วยจินตนาการ ของเรา และข้อตกลงก็ทําให้เราคิดว่าความฝันของเราภาพที่สมบูรณ์แบบ

เป็นความจริง แท้จริงแล้วความจริงนั้นคือความจริงสัมพัง. การสะท้อนความจริงมักจะถูกบิดเบือนโดยความรู้ที่เรา เก็บไว้ในความทรงจํา

ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านกล่าวว่า จิตแต่ละดวงคือโลก นี่คือความจริง โลกที่เราคิดว่าเราเห็นอยู่ภายนอกตัวเรา แท้จริงแล้วอยู่ภายในตัวเรา มันเป็นเพียงภาพในจินตนา ของเรา มันคือความฝัน เราฝันอยู่ตลอดเวลา และ เรื่องที่เรารู้มานานนับศตวรรษแล้ว ไม่ใช่เพียงชาวทอดเท็ค ในเม็กซิโก แต่เป็นที่รู้กันในกรีซ โรม อินเดีย และอียิปต์ ผู้คนทั่วโลกต่างพูดกันว่า “ชีวิตคือความฝัน” คําถามคือ แล้วเรารู้หรือไม่

เมื่อเราไม่รู้ว่าสมองของเราฝันอยู่ตลอดเวลา มันจึง เป็นเรื่องง่ายที่จะกล่าวโทษคนหรือสิ่งของที่อยู่นอก ตัวเรา เพราะการบิดเบือนทั้งหมดอยู่ในความฝันของเรา สิ่งเหล่านี้ทําให้ชีวิตของเราเป็นทุกข์ เมื่อเราตระหนักว่า เรากําลังดํารงชีวิตอยู่ในความฝันที่เราเป็นผู้สร้างขึ้น เราจะ ก้าวไปสู่การเติบโต เพราะตอนนี้เราสามารถรับผิดชอบ ต่อสิ่งที่เราสร้างขึ้น การตระหนักรู้ว่าสมองของเราฝัน อยู่ตลอดเวลา ทําให้เราได้พบกุญแจที่จะเปลี่ยนแปลง ความฝันของเรา หากเราไม่มีความสุขกับ ภาพที่สมบูรณ์แบบ

ใครเป็นผู้ฝันถึงเรื่องราวชีวิตของเรา คําตอบคือ ตัวเราเอง หากเราไม่ชอบชีวิตของเรา หากเราไม่ชอบ สิ่งที่เราเชื่อเกี่ยวกับตัวเรา เราเป็นเพียงผู้เดียวที่จะ

เปลี่ยนมันได้ มันคือโลกของเรา มันคือความฝันของเรา หากเรามีความสุขกับความฝันของเรา นั่นถือเป็นสิ่งวิเศษ

We can see that humans distort things that are easily perceived. Light creates the perfect image. Of new real things, but we distort the image by creating stories with symbols and The opinions that we have learned We dream about it with our imagination and the agreement makes us think that our dreams

Is the truth, in truth it is the truth. Reflections of truth are often distorted by our knowledge. Keep in memory

Many experts said that Each mind is the world. it’s true The world that we think we see is outside of us. In fact within us It’s just a picture in our imagination. It’s a dream. We have always dreamed and stories that we know for centuries. Not only the Mexican tech people, but it is also known in Greece, Rome, India and Egypt. People around the world say that “Life is a dream.” The question is, then do we know?

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ความจริงและความแตกต่างจากมนุษย์

ความจริง และมันก็แตกต่างจากมนุษย์

เราคราวนี้ลองจินตนาการว่ากําลังมองเข้าไปในดวงตา แทนการมองกระจก ดวงตาของเรารับรู้แสงซึ่งสะท้อน จากวัตถุนับล้านที่อยู่ต่อหน้าเรา ดวงอาทิตย์ส่องแสง ไปทั่วโลก และวัตถุทุกชนิดก็สะท้อนแสง รังสีของแสง นับล้านล้านสะท้อนมาจากทุกที่ เข้าสู่ดวงตาเรา และฉาย เป็นภาพของวัตถุในดวงตาเรา เราคิดว่าเราเห็นภาพวัตถุ ทั้งหลายเหล่านี้ แต่สิ่งเดียวที่เราเห็นอย่างแท้จริงคือ แสงที่สะท้อนเข้าตาเรา

ความจริง
ความจริง

ความจริง สิ่งต่างๆ ที่เรารับรู้คือ การสะท้อนของสิ่งที่มีอยู่จริง เช่นเดียวกับการสะท้อนในกระจก แต่มีความแตกต่าง ที่สําคัญอย่างหนึ่งคือ ไม่มีสิ่งใดอยู่หลังกระจก แต่หลัง ดวงตาของเรามีสมองที่พยายามทําความเข้าใจทุกสรรพสิ่ง

สมองของเราตีความทุกสิ่งที่เรารับรู้ตามความหมายที่เรา ให้แก่สัญลักษณ์ ตามโครงสร้างภาษาของเรา ตามความรู้ ทั้งหมดที่ถูกโปรแกรมในจิตใจของเรา ทุกสิ่งที่เรารับรู้ จะถูกกรองผ่านระบบความเชื่อของเรา และผลที่ตามมา ของการตีความทุกอย่างที่เรารับรู้โดยใช้สิ่งที่เราเชื่อนั้น คือความฝันของเรา นี่คือวิธีการสร้างความจริงเสมือนขึ้น ในจิตใจของเรา

The truth and it is different from humans

We now imagine that looking into the eyes. Instead of looking in the mirror Our eyes perceive the light which is reflected. From the millions of objects that are in front of us The sun is shining all over the world, and every object reflects light. The rays of millions of light reflected from everywhere. Into our eyes and project an image of an object in our eyes We think that we see objects. All these But the only thing we truly see is The light that reflects in our eyes

The things that we recognize are Reflections of things that really exist. Just like the reflection in the mirror But there are differences One of the important things is There is nothing behind the mirror, but behind our eyes there is a brain that tries to understand everything.

Our brains interpret everything that we perceive according to our meanings. Give symbol According to our language structure, according to all knowledge programmed in our minds Everything we know Will be filtered through our belief system And the consequences Of all the interpretations that we perceive using what we believe Is our dream Here is how to create virtual reality. In our minds

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

แสงภาพ จินตนาการ ความฝันขณะนี้เรากําลังฝัน

แสงภาพ จินตนาการ ความฝันขณะนี้เรากําลังฝัน และมีบางสิ่งที่เราสามารถทําให้เป็นความจริงขึ้นมาได้ อย่างง่ายดาย บางทีเราอาจจะไม่เคยสังเกตว่าสมอง ของเราฝันอยู่ตลอดเวลา แต่หากคุณใช้จินตนาการ แค่ชั่วครู่หนึ่ง คุณจะเข้าใจสิ่งที่ผมพยายามอธิบาย ลองนึกภาพว่าเรากําลังมองดูกระจก ภายในกระจกคือ โลกของวัตถุสิ่งของ

จินตนาการ

แต่ จินตนาการ เรารู้ว่าสิ่งที่เราเห็นนั้นเป็นเพียง ภาพสะท้อนของสิ่งที่เป็นจริง ดูเหมือนกับว่ามันเป็นจริง ดูเหมือนกับความจริง แต่มันไม่จริง และก็ไม่ใช่ความจริง หากเราพยายามสัมผัสสิ่งของที่อยู่ในกระจก เราจะสัมผัส ได้เพียงพื้นผิวของกระจกเท่านั้น

สิ่งที่เราเห็นภายในกระจกเป็นเพียงภาพของความจริง ซึ่งก็คือความจริงเสมือนนั่นเอง มันคือความฝัน และเป็น ความฝันแบบเดียวกับที่มนุษย์ฝันขณะที่สมองตื่นอยู่ ทําไม จึงเป็นเช่นนั้น เพราะสิ่งที่เราเห็นในกระจกคือการลอกแบบ ความจริงที่เราสร้างขึ้นด้วยความสามารถของดวงตาและ สมองของเรา มันคือภาพของโลกที่เราสร้างขึ้นภายในจิตใจ ของเรา ซึ่งเป็นวิธีที่จิตใจของเรารับรู้ความจริง สิ่งที่สนัข มองเห็นในกระจกคือวิธีที่สมองของสุนัขรับรู้ความจริง สิ่งที่ นกอินทรีมองเห็นในกระจกคือวิธีที่สมองของนกอินทรีรับรู้

Light. Imagination. Dreams. We are currently dreaming. And there are some things that we can easily come true with. Maybe we have never noticed that the brain Our dreams all the time But if you use your imagination Just a moment You will understand what I am trying to explain. Imagine that we are looking at the mirror. Inside the mirror is Material world

But we know that what we see is just Reflections of the real thing Seems as though it is true Looks like the truth But it’s not true And it’s not true If we try to touch objects in the mirror, we can only touch the surface of the glass.

What we see inside the mirror is just a picture of the truth. Which is virtual reality It is a dream and the same dream as humans dream while the brain is awake. Why is that? Because what we see in the mirror is copying The truth that we create with the ability of our eyes and our brains is a picture of the world we create within our minds, which is the way our mind perceives the truth. Of dogs that perceive the truth. What the eagle sees in a mirror is how the eagle’s brain perceives

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่