เราไม่รู้จักแม้แต่ตัวเราเอง

 เราไม่รู้จักแม้แต่ตัวเราเอง ในประเด็นนี้จะเห็นได้ชัดว่าคนที่เรารักมากที่สุดไม่ได้รู้จักเราอย่างแท้จริง และเราก็ไม่ได้รู้จักพวกเขาอย่างแท้จริงเช่นกัน สิ่งเดียวที่เรารู้เกี่ยวกับพวกเขาคือสิ่งที่เราเชื่อเกี่ยวกับพวกเขา เรารู้จักเพียงภาพที่เราสร้างขึ้นและภาพนั้นก็ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของพวกเขา เราไม่รู้จักแม้แต่ตัวเราเอง แต่เราคิดว่าเรารู้จักพ่อแม่ของเรา คู่ชีวิตของเรา ลูกๆ ของเราและเพื่อนๆ ของเราเป็นอย่างดี

แต่ความจริงก็คือเราไม่รู้สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในโลกของพวกเขาและ สิ่งที่พวกเขากำลังคิดสิ่งที่พวกเขากำลังรู้สึก สิ่งที่พวกเขากำลังฝัน สิ่งที่น่าประหลาดกว่านั้นคือ เราคิดว่าเรารู้จักตัวเราเองแล้วเราก็ได้ข้อสรุปว่า เราไม่รู้จักแม้แต่ตัวเราเอง เพราะเราแสร้งเป็นสิ่งที่เราไม่ได้เป็นมานานแล้ว ด้วยตระหนักรู้นี้ เรารู้ว่ามันน่าขันขนาดไหนที่พูดว่า “คนรักของฉันไม่เข้าใจฉันเลย ไม่มีใครเข้าใจตัวฉันเลย”

แน่นอนว่าพวกเขาไม่เข้าใจ เราเองยังไม่เข้าใจตัวเองเลยบุคลิกของเรามีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาตามบทบาทที่เรากำลังแสดงอยู่ ตามตัวละครรองในเรื่องราวของเราาตามความฝันของตัวเราในขณะนั้นที่บ้านเรามีบุคลิกอย่างหนึ่ง ที่ทำงานเรามีบุคลิกอย่างหนึ่ง เราจะแสดงออกด้วยความโกรธ และใช้ถ้อยคำที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งและเหตุการณ์สะเทือนความรู้สึกอันเปล่าประโยชน์

เราไม่รู้จักแม้แต่ตัวเราเอง

We don’t even know ourselves. On this point, it is obvious that the people we love the most do not truly know us. And we really didn’t know them either. The only thing we know about them is

what we believe about them. We know only the images that we create and that they are not their true self. We don’t even know ourselves. But we think that we know our parents Our partners, our children and friends Ours as well

But the truth is we don’t know what’s going on in their world and What they are thinking what they are feeling What they are dreaming What is more surprising is that We think that we know ourselves and we come to the conclusion that We don’t even know ourselves.

Because we pretend to be things that we haven’t been around in a long time With this awareness We know how ridiculous it is to say “My lover doesn’t understand me at all. No one understands me. ”

Of course, they do not understand I myself don’t understand myself yet. Our personality is constantly changing as we play. According to the secondary characters in our story,

according to our dreams at that time, in our home has a personality At work, we have a personality. We will show anger. And use words that cause conflicts and inconvenience

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

สิ่งใดก็ตามที่พวกเขาคิดเกี่ยวกับตัวเราแท้จริงแล้ว เป็นภาพที่พวกเขาวาดขึ้น

สังเกตถึงการมีอยู่ของตัวตนของพวกเขาเลย ด้วดนที่กําลัง เฝ้าดูภาพยนตร์ของตัวเองในขณะนั้น สําหรับเราแล้วทุกอย่างเปลี่ยนไป ไม่มี อะไรเหมือนเดิมอีก เพราะตอนนี้เราได้เห็นสิ่งที่กําลัง เกิดขึ้นจริงๆ แต่ละคนอยู่ในใลกของตัวเอง ในภาพยนตร์

ของตัวเอง ในเรื่องราวของตัวเอง พวกเขายัง ความเชื่อ ลงในเรื่องราวเหล่านั้น และเรื่องราวเหล่านั้นก็เป็น ความจริงสําหรับพวกเขา แต่ความจริงแล้วมันคือความจริง สัมพัทธ์ เพราะไม่ใช่เรื่องจริงสําหรับเรา ตอนนี้เรา

ได้เห็นแล้วว่าความคิดเห็นของพวกเขาเกี่ยวกับตัวเรานั้น แท้จริงแล้วเป็นความคิดเห็นที่มีต่อบรรดาตัวละครที่อยู่ใน ภาพยนตร์ข

 ความเชื่อ

องพวกเขาเหล่านั้น ไม่ใช่ใน ภาพยนตร์ ของเรา คนที่พวกเขาตัดสินในนามของเรานั้นเป็นตัวละครที่พวกขา สร้างขึ้น สิ่งใดก็ตามที่พวกเขาคิดเกี่ยวกับตัวเราแท้จริงแล้ว เป็นภาพที่พวกเขาวาดขึ้น ความเชื่อ และภาพนั้นก็ไม่ใช่ตัวเรา

Observing the existence of their identity Force Watching his own movie atthat time For us, everything has changed. Nothing is the same again. Because now we see what is currently Really happened Each person is in their own corner in the movie.

In my own story They still believe Into those stories And those stories are The truth for them But in truth it is a relative truth because it is not true for us. Now we

Have seen that their opinions about us Actually, it is the opinion of the characters in Those movies of them Not in our movie The people they judge in our name are the characters they create, whatever they think about us. Is a picture they draw And that image is not ourselves

On this point, it is obvious that the people we love the most. Didn’t really know us And we didn’t know them Truly as well The only thing we know about them is What we believe about them We know only the images that we create.

And that picture is not their true self. We think that we know our parents Our partners, our children and our friends as well. The truth is we don’t know. What is happening in their world What they are thinking What they are feeling What they are dreaming. What is even more amazing is that We think that we know ourselves and we

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

การแสดงตัวตนของตัวเองซึ่งมันไม่ใช่สิ่งที่เรารู้

เรา เพื่อนๆ ของเรา เราได้เห็นสิ่งที่คนรัก ของเราต้อง การแสดงตัวตน ของตัวเอง ซึ่งมันไม่ใช่สิ่งที่เรารู้ เกี่ยวกับคนรักของเราเลย แล้วเราก็เต้ เคสินใจออกจาก โรงภาพยนตร์นั้น แล้วเข้าไปที่โรงภาพยนตร์ของลูกเรา เราเห็นท่าทางที่ลูกๆ

การแสดงตัวตน ของเรามองดูเรา ท่าทางที่พวกเขา มองดูปู่ย่าตายาย และเราก็แทบจะไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น แล้วเราก็ดูภาพยนตร์ของพี่น้องของเรา เพื่อนๆ ของเรา แล้วเราก็พบว่าทุกคนแตกต่างจากตัวละครในภาพยนตร์ แทบทั้งสิ้น

หลังจากดูภาพยนตร์ทั้งหมดนี้แล้ว เราตัดสินใจกลับไป โรงภาพยนตร์แรกเพื่อดูตัวเราเองในภาพยนตร์อีกครั้ง เรามองดูตัวเองกําลังแสดงภาพยนตร์ แต่เราไม่เชื่อสิ่งที่เรา เห็นอีกต่อไป เราไม่เชื่อเรื่องราวของตัวเราเองเพราะเรา

เห็นว่ามันเป็นแค่เรื่องเรื่องหนึ่ง ตอนนี้เรารู้แล้วว่า การกระทําทุกอย่างที่เรากระทําในชีวิตแท้จริงแล้วเป็น การกระทําที่เปล่าประโยชน์ เพราะไม่มีใครรู้เกี่ยวกับ ตัวเราในแบบที่เราต้องการให้พวกเขารับรู้ เราเห็นได้ว่า เรื่องเศร้าเสียใจทั้งหมดที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์ของเรานั้น

แท้จริงแล้วคนรอบข้างตัวเราไม่ได้สังเกตเลย เห็นได้ชัดว่า ความสนใจของทุกคนต่างมุ่งไปที่ภาพยนตร์ของตัวเอง พวกเขาไม่ได้สังเกตด้วยซ้ําตอนที่เรานั่งอยู่ข้างพวกเขา ในโรงภาพยนตร์นั้น! นักแสดงเหล่านั้นมุ่งความสนใจ ทั้งหมดไปที่เรื่องราวของตัวเอง ซึ่งพวกเขามีชีวิตอยู่กับ ความจริงเพียงด้านเดียวเท่านั้น สิ่งที่พวกเขาสร้างสรรค์ ขึ้นมาเองได้ดึงดูดความสนใจของพวกเขาไป โดยที่ไม่ได้การแสดงตัวตน

We, our friends, we have seen things that people love. Of us want to show ourselves Which is not what we know About our lover and we decided to leave That cinema Then enter our child’s movie theater We see the gestures that children

Of us, look at us Gesture they Looking at grandparents And we hardly believe what we see And then we watched the movies of our siblings, our friends, and we found that everyone is very different from the characters in the movie.

After watching all these movies We decided to go back. The first movie theater to see ourselves in the movie again We look at ourselves showing movies. But we don’t believe what we see anymore, we don’t believe our own stories because we

Saw that it was just a matter We now know that All the actions that we do in life are actually Useless action Because no one knows about Ourselves in the way that we want them to recognize We can see that All the sad moments that happened in our movie

In truth, the people around us didn’t notice at all. Apparently Everyone’s focus is on their own movies. They didn’t even notice when we sat next to them. In that movie theater! Those actors focus on All goes to my own story In which they live with The only truth What they create Created themselves to attract their attention without

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

เราเริ่มดู ภาพยนตร์ เรารู้จักตัวละครทุกตัว แต่ตอนนี้ เราเป็นเพียงตัวละครรอง นี่คือเรื่องราวชีวิตของแม่เรา และเธอก็คือคนที่กําลังดูภาพยนตร์ด้วยจิตใจจดจ่อ แล้วเรา ก็ตระหนักว่าแม่ของเราไม่ใช่คนคนเดียวกับคนที่อยู่ใน ภาพยนตร์

สิ่งที่เธอแสดงออกแตกต่างจากในภาพยนตร์ อย่างสิ้นเชิง แม่ของเราแสดงออกเพื่อต้องการให้ทุกคน รู้เกี่ยวกับตัวเธอ เรารู้ว่านั่นไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของเธอ มันเป็นแค่การแสดง แต่แล้วเราก็ตระหนักว่า นั่นเป็นสิ่งที่ เธอรู้เกี่ยวกับตัวเอง นี่เป็นเรื่องที่น่าตกใจ

จากนั้นเราก็สังเกตเห็นว่าตัวละครที่หน้าตาเหมือนเรา ไม่ใช่คนคนเดียวกับคนที่อยู่ในภาพยนตร์ของเรา เราพูด กับตัวเอง “อ้าว ไม่ใช่ฉันนี่” แต่ตอนนี้เราได้เห็นสิ่งที่แม่ ของเรารู้เกี่ยวกับตัวเรา สิ่งที่เธอเชื่อเกี่ยวกับตัวเรา และมัน

ก็แตกต่างจากสิ่งที่เราเชื่อเกี่ยวกับตัวเอง จากนั้นเราก็เห็น ภาพยนตร์ ตัวละครที่เป็นพ่อของเรา สิ่งที่แม่ของเรารู้เกี่ยวกับตัวเขา ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เรารู้เกี่ยวกับตัวของเขาอย่างสิ้นเชิง มันถูก บิดเบือนไปอย่างสมบูรณ์ และนี่คือการรับรู้ตัวละครอื่นๆ ทั้งหมดของเธอ เราเห็นสิ่งที่แม่ของเรารู้เกี่ยวกับผู้เป็นที่รัก ของเรา และเราก็รู้สึกเสียใจกับแม่ของเรา “แม่กล้าทํา อย่างนี้ได้อย่างไร” เราลุกขึ้นยืนแล้วออกไปจากที่นั่น

เราเข้าไปในโรงภาพยนตร์ถัดไป มันเป็นเรื่องราว ของคนรักของเรา เราได้เห็นสิ่งที่คนรักของเรารู้เกี่ยวกับ ตัวเรา และตัวละครก็แตกต่างจากคนที่อยู่ในภาพยนตร์ ของเรา และคนที่อยู่ในภาพยนตร์ของแม่เราอย่างสิ้นเชิง เราได้มองเห็นสิ่งที่คนรักของเรารู้เกี่ยวกับลูกๆ ของเราภาพยนตร์

We start watching movies We know all the characters, but right now we are only the secondary characters. This is the story of our mother’s life.

And she was the one who was watching the movie with a focus, and we realized that our mother was not the same person as the person in the movie.

Her expression is different from the movie. Entirely Our mother expressed to want everyone Know about you We know that that is not her true self. It’s just a show But then we realized that That’s what She knows about herself This is a shocking story.

Then we noticed that the characters that looked like us Not the same person as the person in our movie. We said to ourselves, “Oh, not me,” but now we see what Mom Of us know about ourselves What she believes about us and it

Is different from what we believe about ourselves Then we saw Our father’s character What our mother knows about him Which is not something that we know entirely about him.

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ข้อตกลงประการที่สอง จงอย่ายึดทุกอย่างมาเป็นตัวเรา

ข้อตกลงประการที่สอง พลังจินตนาการ จงอย่ายึดทุกอย่างมาเป็นตัวเรา พลังจินตนาการ

จึงใช้ พลังจินตนาการ ของเราสร้างความผน 4 ตระหนักรู้ว่ามันคือความฝัน ลองนึกภาพว่าเราอน ห้างสรรพสินค้าขนาดมหึมาที่มีโรงภาพยนตร์นับร้อย เรามองไปรอบๆ เพื่อดูสิ่งที่กําลังแสดง และเราก็เห็น ภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่มีชื่อของเราอยู่ ช่างอัศจรรย์ เหลือเกิน! เราเข้าไปในโรงภาพยนตร์ ไม่มีใครอยู่เลย ยกเว้นใครคนหนึ่ง ที่นั่นเงียบมาก เราพยายามไม่รบกวน เราไปนั่งข้างหลังคนคนนั้นซึ่งไม่ได้สังเกตเราเลย สิ่งที่ คนคนนั้นสนใจคือภาพยนตร์เรื่องนั้น

เรามองไปที่จอ และช่างน่าประหลาดใจจริงๆ! เรารู้จัก ตัวละครทุกตัวในภาพยนตร์-แม่ของเรา พ่อของเรา พี่น้อง ของเรา คนรักของเรา ลูกของเรา เพื่อนๆ ของเรา แล้วเรา ก็เห็นตัวละครหลักในภาพยนตร์ และนั่นก็คือตัวเรา! เราคือดาราภาพยนตร์ และนั่นคือเรื่องราวของตัวเราเอง และคนคนนั้นที่นั่งอยู่ข้างหน้าเราก็คือตัวเราด้วย กําลังนั่งดู ตัวเองแสดงในภาพยนตร์ แน่นอนว่า ตัวละครหลัก เป็นเพียงสิ่งที่เราเชื่อว่าเราเป็นและเช่นเดียวกับตัวละครรอง ทั้งหมดเพราะเรารู้เรื่องราวของเรา ครู่หนึ่งผ่านไป เราจะ รู้สึกว่าไม่อาจทนต่อสิ่งที่เรานั่งดูได้ แล้วเราก็ตัดสินใจ ไปโรงภาพยนตร์อื่น

ในโรงภาพยนตร์นี้มีคนคนหนึ่งกําลังดูภาพยนตร์

อยู่ด้วย และเธอก็ไม่ได้สังเกตเลยตอนที่เรานั่งอยู่ข้างๆ เธอ

Second agreement Don’t hold everything to me.

Therefore use imagination Of us make sense. 4 Realize that it is a dream. Imagine that we A gigantic mall with hundreds of theaters. We looked around to see what was being shown, and we saw a movie with our name. Amazing! We enter the movie theater No one is at all Except someone There is very quiet We try not to disturb We sat behind that person who didn’t notice us at all. What that person was interested in was that movie.

We look at the screen And what a surprise! We know every character in the movie – our mother, our father, our siblings, our lover, our children, our friends, and then we see the main characters in the movie. And that is us! We are movie stars And that is our own story And that person sitting in front of us is ourselves too, sitting and watching ourselves in the movie. Of course, the main characters are just what we believe to be and as the secondary characters. All because we know our story. After a moment we feel that we are unable to withstand what we sit down to watch. Then we decided Go to another movie theater

In this movie theater, one person was watching a movie.

Was with you and you didn’t even notice when we were sitting next to you

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ความจริงเสมือน มันคือความฝัน และมันก็เป็นความฝันร่วม

จากนั้นเราก็จะมีความสุขกับทุกๆ สถานการณ์ หาก ความฝัน ของเราเป็นความฝันร้าย หากมันมีเรื่องต้องเศร้าเสียใจ และเป็นทุกข์ และเรความฝันาก็ไม่มีความสุขกับสิ่งที่เราสร้างขึ้น

เราสามารถเปลี่ยนมันได้ ผมมั่นใจว่าคุณรู้เรื่องเหล่านี้ดี มีหนังสือนับล้านเล่มในโลกที่เขียนขึ้นโดยนักฝันที่มีมุมมอง อันแตกต่างหลากหลาย เรื่องราวของเราน่าสนใจพอๆ กับ เรื่องราวในหนังสือเหล่านั้น และมันก็น่าสนใจมากยิ่งขึ้น

เพราะเรื่องราวของเราเปลี่ยนไปได้เรื่อยๆ ความฝัน ของเรา เมื่อตอนอายุสิบขวบแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากความฝัน เมื่อตอนที่เราอายุสิบห้าปี หรือเมื่อตอนที่เราอายุยี่สิบ สามสิบ สี่สิบ หรือความฝันที่เรากําลังฝันอยู่ในตอนนี้

เรื่องราวที่เราฝันอยู่ในวันนี้ไม่ใช่เรื่องเดียวกับที่เราฝัน เมื่อวาน หรือแม้แต่เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว ทุกครั้งที่เราพูด เกี่ยวกับเรื่องราวของเรา มันจะเปลี่ยนไป ขึ้นอยู่กับ

คนที่เราบอกเล่าเรื่องราวให้ฟัง ขึ้นอยู่กับสภาวะทาง ร่างกายและอารมณ์ของเราในเวลานั้น ขึ้นอยู่กับความเชื่อ ของเราในเวลานั้น แม้ว่าเราพยายามเล่าเรื่องเดิม เรื่องราว ของเราก็จะเปลี่ยนไปเสมอ ณ จุดหนึ่ง เราจะค้นพบว่า มันเป็นแค่เรื่องเรื่องหนึ่ง มันไม่ใช่ความจริง มันคือ

ความจริงเสมือน มันคือความฝัน และมันก็เป็นความฝันร่วม เพราะมนุษย์ทุกคนฝันในเวลาเดียวกัน ความฝันร่วม ของมนุษย์ ความฝันของโลก มีอยู่ก่อนที่เราจะเกิด และนี่คือ การเรียนรู้วิธีการสร้างศิลปะของเราเอง สร้างเรื่องราว ของเราเอง

Then we will be happy in every situation if our dreams are bad dreams. If there is a matter of sadness and suffering and we are not happy with what we created.

We can change it I am sure you know these things well. There are millions of books in the world written by dreamers with perspective. Various different Our stories are as interesting as the stories in those books. And it’s even more interesting

Because our story keeps changing. Our dreams When he was ten years old he was completely different from his dreams. When we were fifteen years old Or when we were twenty, thirty, forty, or the dream that we are currently dreaming about

The story we dreamed of today is not the same thing we dreamed yesterday or even half an hour ago. Every time we speak About our story It will change depending on

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ข้อตกลงประการที่ห้า : ความเสมือนจริง

จากนั้นเราก็จะ มีความสุข กับทุกๆ สถานการณ์ หากความฝัน ของเราเป็นความฝันร้าย หากมันมีเรื่องต้องเศร้าเสียใจ และเป็นทุกข์ และเราก็ไม่มีความสุขกับสิ่งที่เราสร้างขึ้น เราสามารถเปลี่ยนมันได้ ผมมั่นใจว่าคุณรู้เรื่องเหล่านี้ดี

ความเสมือนจริง มีหนังสือนับล้านเล่มในโลกที่เขียนขึ้นโดยนักฝันที่มีมุมมอง อันแตกต่างหลากหลาย เรื่องราวของเราน่าสนใจพอๆ กับ เรื่องราวในหนังสือเหล่านั้น และมันก็น่าสนใจมากยิ่งขึ้น เพราะเรื่องราวของเราเปลี่ยนไปได้เรื่อยๆ ความฝันของเรา เมื่อตอนอายุสิบขวบแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากความฝัน เมื่อตอนที่เราอายุสิบห้าปี หรือเมื่อตอนที่เราอายุยี่สิบ สามสิบ สี่สิบ หรือความฝันที่เรากําลังฝันอยู่ในตอนนี้

เรื่องราวที่เราฝันอยู่ในวันนี้ไม่ใช่เรื่องเดียวกับที่เราฝัน เมื่อวาน หรือแม้แต่เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว ทุกครั้งที่เราพูด เกี่ยวกับเรื่องราวของเรา มันจะเปลี่ยนไป ขึ้นอยู่กับ คนที่เราบอกเล่าเรื่องราวให้ฟัง ขึ้นอยู่กับสภาวะทาง ร่างกายและอารมณ์ของเราในเวลานั้น

ขึ้นอยู่กับความเชื่อ ของเราในเวลานั้น แม้

ความเสมือนจริง

ว่าเราพยายามเล่าเรื่องเดิม เรื่องราว ของเราก็จะเปลี่ยนไปเสมอ ณ จุดหนึ่ง เราจะค้นพบว่า มันเป็นแค่เรื่องเรื่องหนึ่ง มันไม่ใช่ความจริง มันคือ ความเสมือนจริง

Then we will be happy in every situation if our dreams are bad dreams. If there is a matter of sadness and suffering and we are not happy with what we created. We can change it I am sure you know these things well.

There are millions of books in the world written by dreamers with perspective. Various different Our stories are as interesting as the stories in those books. And it’s even more interesting Because our story keeps changing. Our dreams When he was ten years old he was completely different from his dreams. When we were fifteen years old Or when we were twenty, thirty, forty, or the dream that we are currently dreaming about

The story we dreamed of today is not the same thing we dreamed yesterday or even half an hour ago. Every time we speak About our story It will change depending on the person we tell the story to. Depends on the road conditions Our body and emotions at that time

Depends on belief Of us at that time Even if we try to tell the same story, our story will always change. At one point, we will discover that It’s just a matter. It’s not true, it’s virtual reality.

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ความเป็นจริง ถือเป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินชีวิต

บดเบือนโดยความรู้ที่เราเป็น ความเป็นจริง แท้จริงแล้วความจริงนั้นคือความ การสะท้อนความจริงมักจะถูกบิดเบือนโดยคร เก็บไว้ในความทรงจํา

เขียวชาญหลายท่านกล่าวว่า จิตแต่ละดวง นี่คือความจริง โลกที่เราคิดว่าเราเห็นอยู่ภายนอก แท้จริงแล้วอยู่ภายในตัวเรา มันเป็นเพียงภาพในจินตนาการ ของเรา มันคือความฝัน เราฝันอยู่ตลอดเวลา และเป็น เรื่องที่เรารู้มานานนับศตวรรษแล้ว ไม่ใช่เพียงชาวทอลเท็ค ในเม็กซิโก แต่เป็นที่รู้กันในกรีซ โรม อินเดีย และอียิปต์ ผู้คนทั่วโลกต่างพูดกันว่า “ชีวิตคือความฝัน” คําถามคือ แล้วเรารู้หรือไม่ความเป็นจริง

เมื่อเราไม่รู้ว่าสมองของเรานั้นอยู่ตลอดเวลา มันจึง เป็นเรื่องง่ายที่จะกล่าวโทษคนหรือสิ่งของที่อยู่นอก ตัวเรา เพราะการบิดเบือนทั้งหมดอยู่ในความฝันของเรา สิ่งเหล่านี้ทําให้ชีวิตของเราเป็นทุกข์ เมื่อเราตระหนักว่า

เรากําลังดํารงชีวิตอยู่ในความฝันที่เราเป็นผู้สร้างขึ้น เราจะ ก้าวไปสู่การเติบโต เพราะตอนนี้เราสามารถรับผิดชอบ ต่อสิ่งที่เราสร้างขึ้น การตระหนักรู้ว่าสมองของเราฝัน อยู่ตลอดเวลา ทําให้เราได้พบกุญแจที่จะเปลี่ยนแปลง ความฝันของเรา หากเราไม่มีความสุขกับมัน

ใครเป็นผู้ฝันถึงเรื่องราวชีวิตของเรา คําตอบคือ ตัวเราเอง หากเราไม่ชอบชีวิตของเรา หากเราไป สิ่งที่เราเชื่อเกี่ยวกับตัวเรา เราเป็นเพียงผู้เปลี่ยนมันได้ มันคือโลกของเรา มันคือความ หากเรามีความสุขกับความฝันของเรา นั้นมี ความเป็นจริง มันคือความฝันของเรา นั้นถือเป็นสิ่งวิเศษ

Crushed by our knowledge of reality. In truth, that truth is Reflections are often distorted by cor Keep in memory

Many experts say that each mind is true. The world that we think we see outside In fact within us It’s just a picture in our imagination. It’s a dream. We have always dreamed and have been known for centuries. It’s not only the Tallotech people in Mexico, but it’s also known in Greece, Rome, India and Egypt. People all over the world say that “Life is a dream.” The question is, then do we know?

When we do not know that our brains are constantly present, it is easy to blame people or things that are outside of us because all distortions are in our dreams. These things cause our lives to suffer. When we realized that

We are living in the dreams that we have created. We will step towards growth. Because now we can take responsibility To what we created Being aware that our brain is constantly dreaming of making us find the keys to change. Our dreams If we are not happy with it

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

เรื่องความสะอาดในร่างกาย เป็นสิ่งสําคัญ

เรื่อง ความสะอาด ในร่างกาย เป็นสิ่งสําคัญมาก

หลักกันว่า ความสะอาด ของร่างกายเป็นเครื่องแสดงความสะอาดของ พวกโยดีไม่ใช่มนุษย์ที่สกปรกเลยเป็นอันขาด พวกนีปกติต้องล้าง. กายให้สะอาดอยู่เสมอ เขาสอนว่าการอาบน่าไม่แต่ทําให้ร่างกายสะอา อย่างเดียว เรายังได้ปราณจากน้ําอีกส่วนหนึ่งด้วย นี้เป็นวิธีที่จะเพิ่มพูน ปราณให้มีมากขึ้นในตัวและต่อไปนี้เราจะได้พิจารณาถึงการฝึกหัดและ ปรุงแต่งปราณต่อไป

ความสะอาด
ความสะอาด

2 ว่าด้วยการฝึกหัดหรือการปรุงแต่ง

เราพึงเข้าใจว่า ปราณหรือเครื่องดึงดูดของเรานั้น เป็น เหมือนวัตถุหนึ่งวัตถุที่อาจจะซึมซาบเข้าไปในที่ต่างๆ ได้ และ สิ่งเหล่านี้อาจถูกย้อมได้เหมือนกัน เจตสิกที่เกิดขึ้นในดวงจิตเป็น เครื่องป้อมปราณของเราให้เป็นไปตามลักษณะของเจตสิกกล่าว คือ ถ้าหัวใจเราโกรธ ปราณของเราที่แล่นออกไป ก็ถูกความโกรธ ย้อมไปด้วยและปราณจะถูกดูดดึงเอามาได้

แต่สิ่งที่เหมือนกับตน กล่าวคือ ถ้าเรามีจิตโกรธปราณของเราก็ถูกย้อมด้วยความโกรธ ปราณอันนั้นก็จะดึงเอาแต่ความโกรธมา ปราณที่ถูกย้อมด้วย ความริษยาก็จะดึงเอามาได้แต่ความริษยา รวมใจความว่าเมื่อ ดวงจิตของเราเป็นอย่างไร ปราณก็ถูกย้อมให้เป็นอย่างนั้น และ เมื่อปราณถูกย้อมให้เป็นอย่างไร ก็ดูดดึงเอามาได้แต่ธรรมชาติที่ มีลักษณะอันเดียวกัน

About cleanliness in the body Is very important
It is said that cleanliness of the body is a symbol of cleanliness The Yodis are definitely not dirty humans. These guys normally have to wash. Always keep the body clean. He taught that bathing should not only make the body clean but we also have respiration from the water. This is a way to increase Respiration has increased in itself, and hereafter we have considered the practice and Continue to breathe

2 on training or embellishment

We should understand that Our respiration or attraction is like an object that may be absorbed in various places and these may be stained as well. Attitude occurs in the mind as Our respiration devices are according to the characteristics of Zetik, that is, if our hearts are angry Our respiration that runs away Was angry Dyed with and respiration could be drawn

But the same thing is to say, if we have an angry mind, our respiration is dyed with anger. That respiration will draw only the anger Respiration that is dyed with Envy can be drawn, but envy Including the mind that when How is our mind Respiration is dyed like that, and when respiration is dyed Can only draw upon the nature Have the same characteristics

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

การหายใจ ตามธรรมดามีมีบอสําคัญ

การหายใจ ตามธรรมดามีมีบอสําคัญอยู่อย่างเดียวว่าต้องการให้ได้ ยาวและลึกอยู่เสมอพ

ให้เป็นคนมีปกติ หายใจลึกคือหายใจทั่วท้อง

 

การหายใจ เป็นหลักอันสําคัญของลัทธิโยคี และต้องพยายามให้ได้หายใจ อากาศที่ดีๆ เข้าในปอดเสมอ ส่วนการหายใจด้วยการฝึกหัดนั้น เขา แนะนําให้ทําในเวลาเช้าตื่นนอนให้หายใจอย่างยาวๆ จะยืนหรือนอน หงายก็ได้ ในเรื่องนี้มีข้อประหลาดอยู่อย่างหนึ่ง คือ ตามปกติคนเรา บางคน เวลาหายใจเข้ามักทําท้องยุบ และเวลาหายใจออกมักทํา ท้องพอง

ข้อนี้ไม่ถูก ใครที่เป็นเช่นนี้จะต้องหัดใหม่ คือเวลาหายใจเข้า ต้องทําท้องพองให้ลมหายใจการหายใจ เข้าไปถึงในท้อง และเวลาหายใจออกต้อง ทําท้องยุบเท่ากับล้างอากาศที่ไม่ดีออกมา มีวิธีอย่างหนึ่งซึ่งเข้าสอนว่า เมื่อเวลาหายใจเข้าทําท้องพองให้มีอากาศอยู่เต็มท้องแล้วกลั้นหายใจ และทําท้องยุบ เป็นการไล่อากาศขึ้นมาอยู่ตามหน้าอก เพื่อได้ซอกซอน ล้างที่ต่างๆ ตามหน้าอกได้ทั่วกฎแห่งการหายใจมีอยู่เพียงเท่านี้

Normal breathing has only the essential that it is desired. Always long and deep, learn to self

To be normal Deep breathing is breathing throughout the stomach.

Is an important principle of yogi religion And must always try to breathe good air into the lungs As for breathing with the exercises, he suggests to do it in the morning, wake up for a long breath, can stand or lie on your back. In this regard, there is one peculiarity: in some people, when inhaling, they often create a stomach. Collapse And when exhaling, often causing stomach upset

This is not correct. Anyone who is like this will have to learn again. Is when inhaling Must get pregnant to breath into the stomach. And when exhaling must Collapsing stomach is equivalent to clearing bad air. There is a method which teaches that When inhaling, make a stomach full of air and hold your breath. And the stomach collapse Chasing the air up to the chest In order to be able to wash all over the chest. The rules of breathing are just this

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่