สร้างแรงผลักดันให้ตนเอง

สร้างแรงผลักดันให้ตนเอง

หากคุณกำลังรอแรงจูงใจหรือกำลังใจจากผู้อื่นโอกาสที่จะชนะตัวเองอาจหมดไปได้ทุกที่ สร้างแรงผลักดันให้ตนเอง การทำสิ่งที่ดีที่สุดในแต่ละวันสิ่งสำคัญคือแรงผลักดันที่มาจากภายในตัวเรา

แต่การที่จะรักคนอื่นโดยไม่ใส่ใจตัวเองเลย ในกรณีส่วนใหญ่เป็นเพียงการกระทำที่สิ้นหวังที่จะเรียกร้องการยอมรับจากผู้อื่น และบางครั้งการหวังที่จะให้สิ่งที่ดีที่สุดแก่ผู้อื่นสามารถนำไปสู่ความเจ็บปวดและความผิดหวัง แต่ความหวังในสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า

แม้ว่าชีวิตในแต่ละวันจะเพิ่มขึ้นและลดลง แต่ยังคงมีแรงจูงใจที่จะผลักดันตัวเองให้ทำสิ่งที่ดีที่สุดเพราะไม่เช่นนั้นในท้ายที่สุดมันอาจจบลงด้วยชีวิตที่หายไปหรือเศร้าในภายหลัง

กล่าวอีกนัยหนึ่งแรงจูงใจเป็นเหตุผลหลักที่อยู่เบื้องหลังการกระทำของเราหรือไม่ แรงจูงใจที่มาจากการต้องการผลตอบแทนหรือต้องการหลีกเลี่ยงผลลัพธ์ที่ไม่ดีนั้นไม่สามารถเปรียบเทียบได้กับการมีแรงจูงใจที่มาจากความสนใจอย่างจริงจังนั่นคือการรู้ว่าคุณสนใจในสิ่งใดและให้สิ่งเหล่านี้เพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับตัวเอง จะช่วยในการสร้างผลลัพธ์ที่ดีกว่าที่คาดไว้

สร้างแรงผลักดันให้ตนเอง

Create self-motivation

If you are waiting for motivation or encouragement from others, chances of winning yourself may run out everywhere. Doing the best things each day. The important thing is the motivation that comes from within us.

Although daily life will increase and decrease. But still have the motivation to push yourself to do the best, because otherwise it may end up with a life that is lost or sad later

Although daily life will increase and decrease. But still have the motivation to push yourself to do the best, because in the end it may end in a lost or sad life later.

In other words, is motivation the main reason behind our actions? Motivation that comes from wanting compensation or wanting to avoid bad results cannot be compared to having serious interest motivation:

knowing what you are interested in and giving them these things. To motivate yourself Will help to produce better results than expected

But to love others without paying attention to yourself at all In most cases, it is just a hopeless act to demand acceptance from others. And sometimes, hoping to give the best to others can lead to pain and disappointment. But hope for what is best for you will be the right choice.

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

เป็นตัวของตัวเอง

เป็นตัวของตัวเอง

เป็นตัวของตัวเอง ต้องเข้าใจว่าเมื่อใดก็ตามที่ผู้คนมารวมกันเป็นกลุ่มพวกเขาจะสร้างกำแพงอารมณ์ที่ทรงพลังเช่นกัน กำแพงนี้มีความสามารถในการดึงดูดผู้คนให้เชื่อมโยงซึ่งกันและกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการคิดที่นำไปสู่ “การคิดแบบกลุ่ม” หรือการติดตาม สิ่งนี้ทำให้คนที่ไม่มีส่วนร่วมในความคิดเห็นต่างกัน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเรียนรู้

และเมื่อใดก็ตามที่เราสามารถถอนตัวและจากนั้นเป็นตัวคุณเองเราจะกลายเป็นคนที่กำหนดตัวเอง เกี่ยวกับว่าเราเป็นใครหรือเราเป็นคนแบบไหนซึ่งหมายความว่าเราจะมีตัวเราให้มากที่สุด มีทางเลือกในชีวิต และมีอิสระมากขึ้นกว่าเดิมรวมถึงความสามารถในการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวโดยไม่ตกเป็นเหยื่อของความคิดของใคร

แม้ว่าผู้คนจะสามารถ “รักคนอื่นได้ก็เท่ากับรักตัวเอง” แต่การที่จะรักคนอื่นโดยไม่ใส่ใจตัวเองเลย ในกรณีส่วนใหญ่เป็นเพียงการกระทำที่สิ้นหวังที่จะเรียกร้องการยอมรับจากผู้อื่น และบางครั้งการหวังที่จะให้สิ่งที่ดีที่สุดแก่ผู้อื่นสามารถนำไปสู่ความเจ็บปวดและความผิดหวัง แต่ความหวังในสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า

เป็นตัวของตัวเอง

Must understand that whenever people come together as a group, they will create a powerful emotional wall as well This wall has the ability to attract people to connect with each other, especially in thinking that leads to “Group thinking” or following This causes people who do not participate in different opinions. Which is an important part of learning

And whenever we can withdraw and then be yourself, we will become the people who define ourselves. About who we are or what kind of person we are, which means we have ourselves as much as possible There are choices in life. And more freedom than ever, including the ability to express personal opinions without being a victim of anybody’s thoughts

Although people can “Love other people is equal to love yourself”, but to love other people without paying attention to themselves at all. In most cases, it is just a hopeless act to demand acceptance from others. And sometimes, hoping to give the best to others can lead to pain and disappointment. But hope for what is best for you will be the right choice.

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

การเอาชนะใจตนเอง

การเอาชนะใจตนเอง

การเอาชนะใจตนเอง เป็นการทำได้ยาก แต่ถ้าลองทำได้ครั้งหนึ่งแล้ว ครั้งที่สอง และ ที่สาม ก็จะสามารถทำได้ง่ายยิ่งขึ้น การเริ่มชนะใจตนเอง สามารถกล่าวได้ว่า เป็นสิ่งสำคัญ โดยเราจะต้อง กำจัดความความเกียจคร้านเสียแต่วันนี้

และ เริ่มต้นเป็นคนขยัน มานะ พากเพียร แล้ววันต่อๆไปเราก็ต้องเตือนตัวเองให้ตั้งมั่นใอยู่ในความหมั่นขยัน และ กระตือรือร้นอยู่เสมอ ไม่นานนิสัยความเพียรพยายามก็จะฝังติดตัวเราได้

ความจริงวิธีแก้ความเกียจคร้านของคนเรา สรุปได้ก็คือ ต้องรู้จักเอาชนะใจตนเอง วิธีเอาชนะใจตนเองทำอย่างไรก็ต้องแล้วแต่ละคนที่จะต้องเรียนรู้ตนเอง และ นำไปปรับใช้ แก้ไข เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า อย่างไรก็ตาม

การกระทำต้องอยู่ในทางสบายกลาง อย่าเข้มงวดมากเกินไป เพราะถ้าไม่ได้ อาจจะหมดกำลังใจ ไม่ทำเอาเสียเลย เหมือน คนลดน้ำหนัก ถ้าค่อยๆเริ่มลด จะถาวร เพราะ สร้างนิสัย ให้ยอมรับพฤติกรรมการกินแบบใหม่

แบบค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป ไม่ใช่ จะลดความอ้วน ก็หยุดทานขนมหรืออะไรที่เคยชอบ เพราะอยากให้ลดน้ำหนักได้เร็ว ซึ่งอาจจะได้ผล แต่ไม่ช้าความต้องการของจิตใจ ก็จะทำให้กลับไปทานขนมหรืออะไรที่เคยชอบได้โดยง่าย

การเอาชนะใจตนเอง

Self-defeating

To overcome oneself is difficult. But if try it once, then the second and the third time will be easier Starting to win oneself Can say that It is important that we must get rid of laziness today.

And beginning to be diligent, diligent, and the next day we must remind ourselves to be persistent in diligence and enthusiasm. Soon the perseverance and habit will bury us.

The truth of how to cure one’s laziness. In short, you must know how to overcome your own heart. How to overcome your own heart is to do it. Each person must learn to apply and apply it to solve problems immediately.

Action must be in a comfortable way. Don’t be too strict. Because if not May be discouraged Do not lose at all like a person losing weight, if gradually start to lose, it will be permanent because of the habit of accepting new eating habits

Gradually, not gradually to lose weight, stop eating snacks or anything you like. Because he wants to lose weight quickly Which may be effective But soon the needs of the mind Will make it easier to go back to eat snacks or anything you like

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

สร้างแรงจูงใจให้ตนเอง

สร้างแรงจูงใจให้ตนเอง

สร้างแรงจูงใจให้ตนเอง หากคุณกำลังรอแรงจูงใจหรือกำลังใจจากผู้อื่นโอกาสที่จะชนะตัวเองอาจวิ่งได้ทุกที่ เพื่อที่จะทำสิ่งที่ดีที่สุดในแต่ละวันสิ่งสำคัญคือแรงผลักดันที่มาจากภายในตัวเรา แม้ว่าชีวิตในแต่ละวันจะเพิ่มขึ้นและลดลง

แต่ยังคงมีแรงจูงใจที่จะผลักดันตัวเองให้ทำสิ่งที่ดีที่สุดเพราะไม่เช่นนั้นในท้ายที่สุดมันอาจจบลงด้วยชีวิตที่หายไปหรือเศร้าในภายหลังกล่าวอีกนัยหนึ่งแรงจูงใจเป็นเหตุผลหลักที่อยู่เบื้องหลังการกระทำของเราหรือไม่

แรงจูงใจที่มาจากการต้องการผลตอบแทนหรือต้องการหลีกเลี่ยงผลลัพธ์ที่ไม่ดีนั้นไม่สามารถเปรียบเทียบได้กับการมีแรงจูงใจที่มาจากบางสิ่งที่ร้ายแรงซึ่งก็คือการรู้ว่าคุณสนใจในสิ่งใดและให้สิ่งเหล่านี้เพื่อกระตุ้นตัวเอง จะช่วยในการสร้างผลลัพธ์ที่ดีกว่าที่คาดไว้

และเมื่อใดก็ตามที่เราสามารถถอนตัวและจากนั้นเป็นตัวคุณเองเราจะกลายเป็นคนที่กำหนดตัวเอง เกี่ยวกับว่าเราเป็นใครหรือเราเป็นคนแบบไหนซึ่งหมายความว่าเราจะมีความเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด มีทางเลือกในชีวิต และมีอิสระมากขึ้นกว่าเดิมรวมถึงความสามารถในการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวโดยไม่ตกเป็นเหยื่อของความคิดของใคร

“จงสร้างแรงจูงใจให้กับตนเอง ไม่ใช่แค่เพียงคิดถึงแต่ตนเอง

สร้างแรงจูงใจให้ตนเอง

Motivate yourself

Motivate yourself.If you are waiting for motivation or encouragement from others, your chances of winning yourself may run everywhere. In order to do the best thing each day, the important thing is the motivation that comes from within us. Although daily life will increase and decrease.

But there is still an incentive to push yourself to do the best because otherwise it may end up with a life that is lost or sad later. In other words, motivation is the main reason. Behind our actions?

Motivation that comes from wanting to pay for or wanting to avoid bad results cannot be compared to having motivation that comes from something serious, which is knowing what you are interested in and giving them things. This is to motivate myself. Will help to produce better results than expected

And whenever we can withdraw And then be yourself We will become the people who define ourselves. About who we are or what kind of person we are Which means We will have the most individuality.

There are choices in life. And have more freedom than before Including being able to express personal opinions without being a victim of anybody’s thoughts

“Create motivation for yourself. Not just thinking of only yourself “

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ความอิสระ

ความอิสระ

ตอนนี้ความหมายของ ความอิสระ ขัยตกลงประการที่สองชัดเจนขึ้นแล้ว ข้อตกลงนี้สร้างภูมิคุ้มกันให้เราในการปฏิสัมพันธ์กับตัวละครรองในเรื่องราวของเรา เราไม่ต้องกังวลกับสิ่งที่คนอื่นมองเรา ทันที่ที่เราได้เห็นวสิ่งที่คนอื่นพูดหรือทำไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเรา ไม่ลำคัญว่ใครจะนินทาว่าร้ายเรา กล่าวโทษเรา ปฏิเสขเรา หรือไม่เห็นด้วยกับมุมมองรองเรา การนินทาว่าร้ายต่างๆ นานาไม่มีผล

ต่อเรา เราไม่ต้องยุ่งยากกับการปกป้องมุมมองของตัวเราสิ่งใดก็ตามที่คนอื่นพูดไม่มีผลอะไรต่อตัวเรา เพราะเรามีภูมิคุ้มกันต่อความคิดเห็นและอารมณ์ซุ่นมัวของพวกเขาเรามีภูมิคุ้มกันต่อนัคล่ ต่อคนที่ใช้การนินทาวร้ายทำยผู้อื่น ต่อคนที่ต้องการให้ผู้อื่นทำร้ายตัวเองจงอยยึดทุกอย่างมาเป็นตัวเรา เป็นอุปกรณ์ชั้นยอดสำหรับการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น และมันคือบัตรผ่านสำคัญ

ที่นำไปสู่ความเป็นอิสระ เพราะเราไม่ต้องชีดเส้นชีวิตเราตามความคิดเห็นของคนอื่นอีกต่อไป สิ่งนี้ทำให้เราเป็นอิสระอย่างแท้จริง เราสามารถทำสิ่งใดก็ตามที่เราอยากทำรู้ว่าสิ่งใดก็ตามที่เราทำไม่มีอะไรที่เกี่ยวช้องกับคนอื่นแต่เกี่ยวร้องกับตัวเราเอง คนคนเดียวที่เกี่ยวช้องกับเรื่องราว
ของเราคือตัวเราเอง การตระหนักรู้ในช้อนี้จะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง จำได้หมว่า การตระหนักรู้ความจริงเป็นชั้นแกของการู้จักตัวเอง และนั่นคือสิ่งที่เรากำลังทำยู่ในสอนนี้

ความอิสระ

freedom

The definition of independence now is the second. This agreement immunizes us in interacting with the secondary characters in our story. We don’t have to worry about what other people see us. As soon as we saw what other people had said or done, it had nothing to do with us. It does not matter who gossips about whether we accuse us, condemning us, rejecting us or disagreeing with our secondary views. Various gossiping has no effect.

To us, we don’t have to bother with protecting our viewpoint, anything that other people say has no effect on us Because we are immune to their opinions and emotions, we are immune to them. To those who use gossip to hurt others To those who want others to hurt themselves, begging to seize everything as ourselves It is a great device for interacting with others. And it is an important pass

That leads to independence Because we don’t have to shed our lifestyles anymore. This makes us truly free. We can do whatever we want to do, knowing that whatever we do has nothing to do with others but to sing about ourselves. The only person involved in the story
Ours is ourselves Awareness in this way will change everything. Remember that awareness of truth is a layer of knowing yourself. And that’s what we are doing in this teaching

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

เราไม่รู้จักแม้แต่ตัวเราเอง

 เราไม่รู้จักแม้แต่ตัวเราเอง ในประเด็นนี้จะเห็นได้ชัดว่าคนที่เรารักมากที่สุดไม่ได้รู้จักเราอย่างแท้จริง และเราก็ไม่ได้รู้จักพวกเขาอย่างแท้จริงเช่นกัน สิ่งเดียวที่เรารู้เกี่ยวกับพวกเขาคือสิ่งที่เราเชื่อเกี่ยวกับพวกเขา เรารู้จักเพียงภาพที่เราสร้างขึ้นและภาพนั้นก็ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของพวกเขา เราไม่รู้จักแม้แต่ตัวเราเอง แต่เราคิดว่าเรารู้จักพ่อแม่ของเรา คู่ชีวิตของเรา ลูกๆ ของเราและเพื่อนๆ ของเราเป็นอย่างดี

แต่ความจริงก็คือเราไม่รู้สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในโลกของพวกเขาและ สิ่งที่พวกเขากำลังคิดสิ่งที่พวกเขากำลังรู้สึก สิ่งที่พวกเขากำลังฝัน สิ่งที่น่าประหลาดกว่านั้นคือ เราคิดว่าเรารู้จักตัวเราเองแล้วเราก็ได้ข้อสรุปว่า เราไม่รู้จักแม้แต่ตัวเราเอง เพราะเราแสร้งเป็นสิ่งที่เราไม่ได้เป็นมานานแล้ว ด้วยตระหนักรู้นี้ เรารู้ว่ามันน่าขันขนาดไหนที่พูดว่า “คนรักของฉันไม่เข้าใจฉันเลย ไม่มีใครเข้าใจตัวฉันเลย”

แน่นอนว่าพวกเขาไม่เข้าใจ เราเองยังไม่เข้าใจตัวเองเลยบุคลิกของเรามีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาตามบทบาทที่เรากำลังแสดงอยู่ ตามตัวละครรองในเรื่องราวของเราาตามความฝันของตัวเราในขณะนั้นที่บ้านเรามีบุคลิกอย่างหนึ่ง ที่ทำงานเรามีบุคลิกอย่างหนึ่ง เราจะแสดงออกด้วยความโกรธ และใช้ถ้อยคำที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งและเหตุการณ์สะเทือนความรู้สึกอันเปล่าประโยชน์

เราไม่รู้จักแม้แต่ตัวเราเอง

We don’t even know ourselves. On this point, it is obvious that the people we love the most do not truly know us. And we really didn’t know them either. The only thing we know about them is

what we believe about them. We know only the images that we create and that they are not their true self. We don’t even know ourselves. But we think that we know our parents Our partners, our children and friends Ours as well

But the truth is we don’t know what’s going on in their world and What they are thinking what they are feeling What they are dreaming What is more surprising is that We think that we know ourselves and we come to the conclusion that We don’t even know ourselves.

Because we pretend to be things that we haven’t been around in a long time With this awareness We know how ridiculous it is to say “My lover doesn’t understand me at all. No one understands me. ”

Of course, they do not understand I myself don’t understand myself yet. Our personality is constantly changing as we play. According to the secondary characters in our story,

according to our dreams at that time, in our home has a personality At work, we have a personality. We will show anger. And use words that cause conflicts and inconvenience

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

สิ่งใดก็ตามที่พวกเขาคิดเกี่ยวกับตัวเราแท้จริงแล้ว เป็นภาพที่พวกเขาวาดขึ้น

สังเกตถึงการมีอยู่ของตัวตนของพวกเขาเลย ด้วดนที่กําลัง เฝ้าดูภาพยนตร์ของตัวเองในขณะนั้น สําหรับเราแล้วทุกอย่างเปลี่ยนไป ไม่มี อะไรเหมือนเดิมอีก เพราะตอนนี้เราได้เห็นสิ่งที่กําลัง เกิดขึ้นจริงๆ แต่ละคนอยู่ในใลกของตัวเอง ในภาพยนตร์

ของตัวเอง ในเรื่องราวของตัวเอง พวกเขายัง ความเชื่อ ลงในเรื่องราวเหล่านั้น และเรื่องราวเหล่านั้นก็เป็น ความจริงสําหรับพวกเขา แต่ความจริงแล้วมันคือความจริง สัมพัทธ์ เพราะไม่ใช่เรื่องจริงสําหรับเรา ตอนนี้เรา

ได้เห็นแล้วว่าความคิดเห็นของพวกเขาเกี่ยวกับตัวเรานั้น แท้จริงแล้วเป็นความคิดเห็นที่มีต่อบรรดาตัวละครที่อยู่ใน ภาพยนตร์ข

 ความเชื่อ

องพวกเขาเหล่านั้น ไม่ใช่ใน ภาพยนตร์ ของเรา คนที่พวกเขาตัดสินในนามของเรานั้นเป็นตัวละครที่พวกขา สร้างขึ้น สิ่งใดก็ตามที่พวกเขาคิดเกี่ยวกับตัวเราแท้จริงแล้ว เป็นภาพที่พวกเขาวาดขึ้น ความเชื่อ และภาพนั้นก็ไม่ใช่ตัวเรา

Observing the existence of their identity Force Watching his own movie atthat time For us, everything has changed. Nothing is the same again. Because now we see what is currently Really happened Each person is in their own corner in the movie.

In my own story They still believe Into those stories And those stories are The truth for them But in truth it is a relative truth because it is not true for us. Now we

Have seen that their opinions about us Actually, it is the opinion of the characters in Those movies of them Not in our movie The people they judge in our name are the characters they create, whatever they think about us. Is a picture they draw And that image is not ourselves

On this point, it is obvious that the people we love the most. Didn’t really know us And we didn’t know them Truly as well The only thing we know about them is What we believe about them We know only the images that we create.

And that picture is not their true self. We think that we know our parents Our partners, our children and our friends as well. The truth is we don’t know. What is happening in their world What they are thinking What they are feeling What they are dreaming. What is even more amazing is that We think that we know ourselves and we

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

การแสดงตัวตนของตัวเองซึ่งมันไม่ใช่สิ่งที่เรารู้

เรา เพื่อนๆ ของเรา เราได้เห็นสิ่งที่คนรัก ของเราต้อง การแสดงตัวตน ของตัวเอง ซึ่งมันไม่ใช่สิ่งที่เรารู้ เกี่ยวกับคนรักของเราเลย แล้วเราก็เต้ เคสินใจออกจาก โรงภาพยนตร์นั้น แล้วเข้าไปที่โรงภาพยนตร์ของลูกเรา เราเห็นท่าทางที่ลูกๆ

การแสดงตัวตน ของเรามองดูเรา ท่าทางที่พวกเขา มองดูปู่ย่าตายาย และเราก็แทบจะไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น แล้วเราก็ดูภาพยนตร์ของพี่น้องของเรา เพื่อนๆ ของเรา แล้วเราก็พบว่าทุกคนแตกต่างจากตัวละครในภาพยนตร์ แทบทั้งสิ้น

หลังจากดูภาพยนตร์ทั้งหมดนี้แล้ว เราตัดสินใจกลับไป โรงภาพยนตร์แรกเพื่อดูตัวเราเองในภาพยนตร์อีกครั้ง เรามองดูตัวเองกําลังแสดงภาพยนตร์ แต่เราไม่เชื่อสิ่งที่เรา เห็นอีกต่อไป เราไม่เชื่อเรื่องราวของตัวเราเองเพราะเรา

เห็นว่ามันเป็นแค่เรื่องเรื่องหนึ่ง ตอนนี้เรารู้แล้วว่า การกระทําทุกอย่างที่เรากระทําในชีวิตแท้จริงแล้วเป็น การกระทําที่เปล่าประโยชน์ เพราะไม่มีใครรู้เกี่ยวกับ ตัวเราในแบบที่เราต้องการให้พวกเขารับรู้ เราเห็นได้ว่า เรื่องเศร้าเสียใจทั้งหมดที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์ของเรานั้น

แท้จริงแล้วคนรอบข้างตัวเราไม่ได้สังเกตเลย เห็นได้ชัดว่า ความสนใจของทุกคนต่างมุ่งไปที่ภาพยนตร์ของตัวเอง พวกเขาไม่ได้สังเกตด้วยซ้ําตอนที่เรานั่งอยู่ข้างพวกเขา ในโรงภาพยนตร์นั้น! นักแสดงเหล่านั้นมุ่งความสนใจ ทั้งหมดไปที่เรื่องราวของตัวเอง ซึ่งพวกเขามีชีวิตอยู่กับ ความจริงเพียงด้านเดียวเท่านั้น สิ่งที่พวกเขาสร้างสรรค์ ขึ้นมาเองได้ดึงดูดความสนใจของพวกเขาไป โดยที่ไม่ได้การแสดงตัวตน

We, our friends, we have seen things that people love. Of us want to show ourselves Which is not what we know About our lover and we decided to leave That cinema Then enter our child’s movie theater We see the gestures that children

Of us, look at us Gesture they Looking at grandparents And we hardly believe what we see And then we watched the movies of our siblings, our friends, and we found that everyone is very different from the characters in the movie.

After watching all these movies We decided to go back. The first movie theater to see ourselves in the movie again We look at ourselves showing movies. But we don’t believe what we see anymore, we don’t believe our own stories because we

Saw that it was just a matter We now know that All the actions that we do in life are actually Useless action Because no one knows about Ourselves in the way that we want them to recognize We can see that All the sad moments that happened in our movie

In truth, the people around us didn’t notice at all. Apparently Everyone’s focus is on their own movies. They didn’t even notice when we sat next to them. In that movie theater! Those actors focus on All goes to my own story In which they live with The only truth What they create Created themselves to attract their attention without

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

เราเริ่มดู ภาพยนตร์ เรารู้จักตัวละครทุกตัว แต่ตอนนี้ เราเป็นเพียงตัวละครรอง นี่คือเรื่องราวชีวิตของแม่เรา และเธอก็คือคนที่กําลังดูภาพยนตร์ด้วยจิตใจจดจ่อ แล้วเรา ก็ตระหนักว่าแม่ของเราไม่ใช่คนคนเดียวกับคนที่อยู่ใน ภาพยนตร์

สิ่งที่เธอแสดงออกแตกต่างจากในภาพยนตร์ อย่างสิ้นเชิง แม่ของเราแสดงออกเพื่อต้องการให้ทุกคน รู้เกี่ยวกับตัวเธอ เรารู้ว่านั่นไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของเธอ มันเป็นแค่การแสดง แต่แล้วเราก็ตระหนักว่า นั่นเป็นสิ่งที่ เธอรู้เกี่ยวกับตัวเอง นี่เป็นเรื่องที่น่าตกใจ

จากนั้นเราก็สังเกตเห็นว่าตัวละครที่หน้าตาเหมือนเรา ไม่ใช่คนคนเดียวกับคนที่อยู่ในภาพยนตร์ของเรา เราพูด กับตัวเอง “อ้าว ไม่ใช่ฉันนี่” แต่ตอนนี้เราได้เห็นสิ่งที่แม่ ของเรารู้เกี่ยวกับตัวเรา สิ่งที่เธอเชื่อเกี่ยวกับตัวเรา และมัน

ก็แตกต่างจากสิ่งที่เราเชื่อเกี่ยวกับตัวเอง จากนั้นเราก็เห็น ภาพยนตร์ ตัวละครที่เป็นพ่อของเรา สิ่งที่แม่ของเรารู้เกี่ยวกับตัวเขา ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เรารู้เกี่ยวกับตัวของเขาอย่างสิ้นเชิง มันถูก บิดเบือนไปอย่างสมบูรณ์ และนี่คือการรับรู้ตัวละครอื่นๆ ทั้งหมดของเธอ เราเห็นสิ่งที่แม่ของเรารู้เกี่ยวกับผู้เป็นที่รัก ของเรา และเราก็รู้สึกเสียใจกับแม่ของเรา “แม่กล้าทํา อย่างนี้ได้อย่างไร” เราลุกขึ้นยืนแล้วออกไปจากที่นั่น

เราเข้าไปในโรงภาพยนตร์ถัดไป มันเป็นเรื่องราว ของคนรักของเรา เราได้เห็นสิ่งที่คนรักของเรารู้เกี่ยวกับ ตัวเรา และตัวละครก็แตกต่างจากคนที่อยู่ในภาพยนตร์ ของเรา และคนที่อยู่ในภาพยนตร์ของแม่เราอย่างสิ้นเชิง เราได้มองเห็นสิ่งที่คนรักของเรารู้เกี่ยวกับลูกๆ ของเราภาพยนตร์

We start watching movies We know all the characters, but right now we are only the secondary characters. This is the story of our mother’s life.

And she was the one who was watching the movie with a focus, and we realized that our mother was not the same person as the person in the movie.

Her expression is different from the movie. Entirely Our mother expressed to want everyone Know about you We know that that is not her true self. It’s just a show But then we realized that That’s what She knows about herself This is a shocking story.

Then we noticed that the characters that looked like us Not the same person as the person in our movie. We said to ourselves, “Oh, not me,” but now we see what Mom Of us know about ourselves What she believes about us and it

Is different from what we believe about ourselves Then we saw Our father’s character What our mother knows about him Which is not something that we know entirely about him.

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

ข้อตกลงประการที่สอง จงอย่ายึดทุกอย่างมาเป็นตัวเรา

ข้อตกลงประการที่สอง พลังจินตนาการ จงอย่ายึดทุกอย่างมาเป็นตัวเรา พลังจินตนาการ

จึงใช้ พลังจินตนาการ ของเราสร้างความผน 4 ตระหนักรู้ว่ามันคือความฝัน ลองนึกภาพว่าเราอน ห้างสรรพสินค้าขนาดมหึมาที่มีโรงภาพยนตร์นับร้อย เรามองไปรอบๆ เพื่อดูสิ่งที่กําลังแสดง และเราก็เห็น ภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่มีชื่อของเราอยู่ ช่างอัศจรรย์ เหลือเกิน! เราเข้าไปในโรงภาพยนตร์ ไม่มีใครอยู่เลย ยกเว้นใครคนหนึ่ง ที่นั่นเงียบมาก เราพยายามไม่รบกวน เราไปนั่งข้างหลังคนคนนั้นซึ่งไม่ได้สังเกตเราเลย สิ่งที่ คนคนนั้นสนใจคือภาพยนตร์เรื่องนั้น

เรามองไปที่จอ และช่างน่าประหลาดใจจริงๆ! เรารู้จัก ตัวละครทุกตัวในภาพยนตร์-แม่ของเรา พ่อของเรา พี่น้อง ของเรา คนรักของเรา ลูกของเรา เพื่อนๆ ของเรา แล้วเรา ก็เห็นตัวละครหลักในภาพยนตร์ และนั่นก็คือตัวเรา! เราคือดาราภาพยนตร์ และนั่นคือเรื่องราวของตัวเราเอง และคนคนนั้นที่นั่งอยู่ข้างหน้าเราก็คือตัวเราด้วย กําลังนั่งดู ตัวเองแสดงในภาพยนตร์ แน่นอนว่า ตัวละครหลัก เป็นเพียงสิ่งที่เราเชื่อว่าเราเป็นและเช่นเดียวกับตัวละครรอง ทั้งหมดเพราะเรารู้เรื่องราวของเรา ครู่หนึ่งผ่านไป เราจะ รู้สึกว่าไม่อาจทนต่อสิ่งที่เรานั่งดูได้ แล้วเราก็ตัดสินใจ ไปโรงภาพยนตร์อื่น

ในโรงภาพยนตร์นี้มีคนคนหนึ่งกําลังดูภาพยนตร์

อยู่ด้วย และเธอก็ไม่ได้สังเกตเลยตอนที่เรานั่งอยู่ข้างๆ เธอ

Second agreement Don’t hold everything to me.

Therefore use imagination Of us make sense. 4 Realize that it is a dream. Imagine that we A gigantic mall with hundreds of theaters. We looked around to see what was being shown, and we saw a movie with our name. Amazing! We enter the movie theater No one is at all Except someone There is very quiet We try not to disturb We sat behind that person who didn’t notice us at all. What that person was interested in was that movie.

We look at the screen And what a surprise! We know every character in the movie – our mother, our father, our siblings, our lover, our children, our friends, and then we see the main characters in the movie. And that is us! We are movie stars And that is our own story And that person sitting in front of us is ourselves too, sitting and watching ourselves in the movie. Of course, the main characters are just what we believe to be and as the secondary characters. All because we know our story. After a moment we feel that we are unable to withstand what we sit down to watch. Then we decided Go to another movie theater

In this movie theater, one person was watching a movie.

Was with you and you didn’t even notice when we were sitting next to you

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่