เป็นตัวของตัวเอง

เป็นตัวของตัวเอง

เป็นตัวของตัวเอง ต้องเข้าใจว่าเมื่อใดก็ตามที่ผู้คนมารวมกันเป็นกลุ่มพวกเขาจะสร้างกำแพงอารมณ์ที่ทรงพลังเช่นกัน กำแพงนี้มีความสามารถในการดึงดูดผู้คนให้เชื่อมโยงซึ่งกันและกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการคิดที่นำไปสู่ “การคิดแบบกลุ่ม” หรือการติดตาม สิ่งนี้ทำให้คนที่ไม่มีส่วนร่วมในความคิดเห็นต่างกัน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเรียนรู้

และเมื่อใดก็ตามที่เราสามารถถอนตัวและจากนั้นเป็นตัวคุณเองเราจะกลายเป็นคนที่กำหนดตัวเอง เกี่ยวกับว่าเราเป็นใครหรือเราเป็นคนแบบไหนซึ่งหมายความว่าเราจะมีตัวเราให้มากที่สุด มีทางเลือกในชีวิต และมีอิสระมากขึ้นกว่าเดิมรวมถึงความสามารถในการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวโดยไม่ตกเป็นเหยื่อของความคิดของใคร

แม้ว่าผู้คนจะสามารถ “รักคนอื่นได้ก็เท่ากับรักตัวเอง” แต่การที่จะรักคนอื่นโดยไม่ใส่ใจตัวเองเลย ในกรณีส่วนใหญ่เป็นเพียงการกระทำที่สิ้นหวังที่จะเรียกร้องการยอมรับจากผู้อื่น และบางครั้งการหวังที่จะให้สิ่งที่ดีที่สุดแก่ผู้อื่นสามารถนำไปสู่ความเจ็บปวดและความผิดหวัง แต่ความหวังในสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า

เป็นตัวของตัวเอง

Must understand that whenever people come together as a group, they will create a powerful emotional wall as well This wall has the ability to attract people to connect with each other, especially in thinking that leads to “Group thinking” or following This causes people who do not participate in different opinions. Which is an important part of learning

And whenever we can withdraw and then be yourself, we will become the people who define ourselves. About who we are or what kind of person we are, which means we have ourselves as much as possible There are choices in life. And more freedom than ever, including the ability to express personal opinions without being a victim of anybody’s thoughts

Although people can “Love other people is equal to love yourself”, but to love other people without paying attention to themselves at all. In most cases, it is just a hopeless act to demand acceptance from others. And sometimes, hoping to give the best to others can lead to pain and disappointment. But hope for what is best for you will be the right choice.

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่

การตัดสิน เป็นเพียงความคิดเห็น

การตัดสิน เป็นเพียงความคิดเห็น

เห็นไหมว่าเราตัดสินทุกอย่างที่เป็นตัวเรา การตัดสิน เป็นเพียงความคิดเห็น-มันเป็นเพียงมุมมอง-และมุมมอง นั้นก็ไม่ได้มีอยู่ตอนที่เราเกิด ทุกสิ่งที่เราคิดเกี่ยวกับตัวเอง ทุกสิ่งที่เราเชื่อเกี่ยวกับตัวเอง เป็นเพราะเราเรียนรู้มัน เราเรียนรู้ความคิดเห็นจากแม่ พ่อ พี่น้อง และสังคม พวกเขาส่งภาพของร่างกายอย่างที่ควรจะเป็นออกมา

การตัดสิน
การตัดสิน

พวกเขาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสิ่งที่เราเป็น สิ่งที่เรา ไม่ควรเป็น และสิ่งที่เราควรจะเป็นออกมา พวกเขาส่งสาร และเราก็เห็นด้วยกับสารนั้น เราคิดถึงสิ่งที่เราเป็นมากมาย แต่สิ่งที่เราคิดเป็นความจริง จริงหรือ

เราจะเห็นว่าแท้จริงแล้วปัญหาไม่ใช่ความรู้ ปัญหาคือ การเชื่อในความรู้ที่ถูกบิดเบือน-และนั่นคือสิ่งที่เราเรียกว่า ความลวง อะไรคือความจริงและอะไรคือความลวง อะไร คือความจริงและอะไรคือความจริงเสมือน เราเห็น ความแตกต่างไหม

หรือเราเชื่อเสียงที่อยู่ในหัวเรา ตลอดเวลาที่มันพูดและบิดเบือนความจริง ในขณะเดียวกัน ก็ทําให้เราเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เราเชื่อนั้นเป็นความจริง มันเป็น ความจริงจริงหรือที่เราไม่ใช่คนดี และเราจะไม่มีวันดีพอ มันเป็นความจริงจริงหรือที่เราจะไม่มีความสุข มันเป็น ความจริงจริงหรือที่เราไม่มีค่าคู่ควรกับความรัก

จําที่บอกว่าเมื่อต้นไม้ไม่ใช่แค่ต้นไม้อีกต่อไปได้ไหม เมื่อเราเรียนรู้ภาษา เราตีความต้นไม้และเคสิน เต้นไม้ ตามสิ่งที่เรารู้ นั่นคือ ต้นไม้กลายเป็นต้นไม้ที่สวยงาม เค้นไม้ ที่น่าเกลียด ต้นไม้ที่น่ากลัว ต้นไม้ที่วิเศษ ใช่แล้ว เราทํา สิ่งเดียวกันนี้กับตัวเราเอง

เราดีความตัวเราเองและตัดสิน ตัวเองตามสิ่งที่เรารู้ นั่นคือเรากลายเป็นคนดี คนไม่ดี คนที่รู้สึกผิด คนประหลาด คนที่มีอิทธิพล คนอ่อนแอ คนสวย คนน่าเกลียด เราเป็นอย่างที่เราเชื่อว่าเราเป็น คําถามคือ “อะไรคือสิ่งที่เราเชื่อว่าเราเป็น”

The judgment is just a comment.
You see, we judge everything that is ourselves. Judging is just a viewpoint – it’s just perspective – and perspective. That didn’t exist when we were born. Everything we think about ourselves Everything we believe about ourselves Is because we learn it We learn opinions from mothers, fathers, siblings and society. They send out pictures of their bodies as they should be.

They commented about what we are, what we shouldn’t be and what we should be. They send messages and we agree with them. We think about who we are. But what we think is true?

We can see that the truth is not knowledge. The problem is believing in distorted knowledge – and that’s what we call falsehood. What is truth? What is false? What is truth and what is virtual reality? Do we see the difference

ขอบคุณเนื้อหาจาก Google

ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ที่นี่